จงฝันถึงฝันที่เป็นไปไม่ได้สิ To dream the impossible dream

ผมได้ฟังเพลงนี้ครั้งแรก ตอนอยู่ห้องสัมมนาย่อยของกลุ่ม ตัวแทนประกันชีวิต ซึ่งผมโชคดีที่ได้อยู่กลุ่มที่สุดยอดแห่งวิชาการ และการให้กำลังใจ เพลงนี้ผมรู้สึกถึง การดึงเอาพลังและกำลังใจที่ซ่อนอยู่ในตัวผมเองออกมาใช้ให้หมด เพราะการสู้กับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ต้องอาศัยกับกำลังใจอย่างเต็มเปี่ยม เพราะหากเราท้ารบกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เรื่องเป็นไปได้ทุกอย่างในโลกก็เป็นเรื่องที่เราไม่ต้องกลัวอีกต่อไป อย่างที่เคยบอกไว้ กำลังใจที่ดีที่สุด คือกำลังใจที่ต้องสร้างเองเท่านั้น หากเราต้องผูก กำลังใจโดยการเรียกร้องจากใครๆ วันหนึ่งหากเราต้องเสียกำลังใจนั้นไป ชีวิตก็คงแย่มาก ต้องขอบคุณ วัคซีนดีๆ จากผู้มีพระคุณในอดีต ที่คอยขัดเกลาจิตใจ และหล่อหลอมวิธีคิด ไม่ว่าจะเป็น คุณมนตรี แสงอุไรพร คุณสุรชัย เลิศสัตการ ซึ่งเป็นครู อาจารย์แรกๆ ในอาชีพ และวิธีคิด เสียดายความสามารถในการจดจำเราน้อย เลยได้ความรู้มาไม่มาก (มีหลายเรื่องที่ยากเล่า ไว้ทะยอยครับ) สำหรับบทเพลงนี้ ที่นำมาเสนอในช่วงนี้ก็เพราะ ต้องสู้กับหลายๆ เรื่อง และต้องการกำลังใจ แบบสุดๆ กันเลยทีเดียว หลังจากได้เปลี่ยนวิธีคิด ชีวิตก็เริ่มปรับเปลี่ยน ดีขึ้น พร้อมกำลังใจที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่ต้องอาศัยกำลังใจจากที่ไหน ก็แค่การปรับเปลี่ยนวิธีการคิด และการมองปัญหาของเรา เท่านั้นเอง สิ่งแรกที่แว๊บเข้ามาในความคิดก็คือ คำสั่งสอนจากปรมาจารย์ดังกล่าว ที่ว่า เราไม่สามารถแก้ปัญหาได้ […]

กลับสู่ลู่วิ่งแห่งชัยชนะ

“กลับสู่ลู่วิ่งแห่งชัยชนะ” เมื่ออารมณ์ อยู่เหนือเหตุผล ก็ทำให้ออกนอกลู่นอกทางของเป้าหมายได้เช่นกัน การเดินออกนอกเส้นทางครั้งนี้ ออกมาเดือนกว่า แล้ว ถึงเวลาที่ต้องกลับเข้าสู่เส้นทาง แล้วมุ่งสู่เป้าหมายต่อไป การเดินออกนอกเส้นทาง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในชีวิต ครั้งแรก ใช้เวลากับมันถึง 5 ปี แน่นอนเสียดายเวลาที่เอาย้อนกลับมาไม่ได้ แต่ครั้งนี้ โชคดีที่ใช้เวลาน้อยลง… ไม่ถึงสองเดือน แต่ความเจ็บปวดต่างกัน ครั้งที่สองเจ็บปวดกว่ามากมาย อาจเป็นเพราะต้านทานไม่อยู่ หรือ ไม่ได้เตรียมใจรับ… แต่ยังไง ประสบการณ์ ก็มีประโยชน์เสมอๆ ในจุดที่เจ็บปวดที่สุด ยังมีจุดที่สวยงามที่สุด ที่น่าจัดจำ และเก็บเป็นความทรงจำที่ดีต่อไป ตลอดกาล.. ถึงแม้จะมีซากแห่งความเสียหาย ที่เกิดขึ้นในใจอยู่มากมาย.. ก็สามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้.. แต่ขณะนี้… ถึงเวลาแล้ว ที่ต้องก้าวข้ามผ่าน และ เข้าสู่ ลู่วิ่งของเป้าหมายต่อไปได้แล้ว เวลา… อาจเหลือน้อยเต็มที ดังนั้น การเดิน.. หรือ วิ่งเยอะๆ อาจไม่ทำให้บรรลุจุดหมาย ในชีวิตได้อีกต่อไป ดังนั้นให้เวลาแค่ 2 ปีเท่านั้นนะ ที่จะพิชิต เป้าหมาย… ถึงเวลาที่เร่งสปีด […]

เป้าหมายสุดท้ายคือการเดินทาง ตอนที่ 1

ผมคิดมาหลายวันแล้วว่า จะปรับปรุงเป้าหมายชีวิตอีกครั้ง จากเดิมที่ตั้งใจปักหลักอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ปรับปรุงเป็นการออกเดินทางตลอดชีวิตที่เหลือ  เพราะคิดว่าใจหนึ่งก็รู้สึกว่าการเดินทางจะเป็นอิสระจากกรอบความคิดของตัวเอง แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่า ตัวเองท้อแท้จากความพลาดหวังในบางอย่างจึงอยากเดินทางแสวงหาอะไรสักอย่าง แต่ถึงยังไง อนาคตก็ยังตอบอะไรได้ไม่ชัดเจนนัก เหมือนกับทุกครั้ง ถึงแม้ว่าจะสามารถควบคุมชะตาชีวิตของตัวเอง ได้เกิน 50% ตั้งแต่ค้นพบเป้าหมายชีวิตครั้งแรกๆ ของตัวเอง ตอนอายุ 16 ปี ย้อนไปขณะที่ทำงานเป็นพนักงาน แผนกเบเกอรี่ โรงแรม พาวิเลียน จังหวัดสงขลา(เมื่อปี 2530-2533) ซึ่งตอนนั้นก็จำไม่ได้แล้วว่า ทำไมถึงคิดเรื่องนี้ได้ แต่ถ้าคิดย้อนกลับไป ก็อาจเป็นได้ว่า ตอนนั้นเราเป็นหนักอ่านตัวยงหรือเปล่า เพราะจะเดินเข้าห้องสมุดทุกวัน(ที่ทำงานไม่ไกลจากห้องสมุดประชาชน ประจำจังหวัดสงขลา) และสิ่งที่ค้นพบหลังจากนั้นคือ ค้นพบเป้าหมายชีวิตหนึ่งประโยค ก็คือ “ต้องการเป็นคนที่มีอิสระทางด้านการเงินและเวลา” หลังจากนั้นก็พยามหาวิธีที่จะบรรลุเป้าหมายเรื่อยมา แต่ด้วยนิสัยส่วนตัว ชอบคิดโน่นนี่นั่น และไม่ค่อยจะอดทนต่อความตั้งใจของตัวเองเท่าไร และใช้อารมณ์เป็นตัวนำทาง เลยมีความพยายามแค่ 30% ในการทำกิจกรรมที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย และปล่อยไปตามอารมณ์ตัวเอง และแน่นอนว่า พระเจ้ายุติธรรมเสมอ ท่านก็มอบความสำเร็จให้แค่ 30% จากวันนั้นถึงวันนี้ ยี่สิบกว่าปี ซึ่งถ้าทำตามแผนที่ตั้งไว้ 70-80% ก็น่าจะเป็นเศรษฐีไปแล้วนะ(ฮ่าๆ) แต่เมื่อคิดอีกที หรือว่า […]

ที่มาของหนังสั้นเรื่อง Princess of Bolaven

หลักการและเหตุผล(อิอิ) การทำกภาพยนต์ก็คือหนึ่งในความฝันของผมเลยละครับ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำออกมาสักเรื่อง เป้าหมายของผมคือการได้เรียนรู้ขั้นตอนทุกขั้นตอนในการทำภาพยนต์ ตั้งแต่การคิดพล็อตเรื่อง การเขียนบทภาพยนต์ การหาโลเคชั่น การคัดเลือกนักแสดง เสื้อผ้า อุปกรณ์ประกอบฉาก การเขียนสตอรี่บอร์ด การกำกับการแสดง การกำกับมุมกล้อง การวางแผนถ่ายเทคนิคพิเศษ (CG) การลำดับภาพ การถ่ายทำ การตัดต่อภาพ การตัดต่อเสียง และ เพลงประกอบภาพยนต์ เป้าหมายของการทำภาพยนต์ ก็เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการส่วนตัว ไม่ได้นำไปแข่ง หรือ ประกวด คงมีเผยแพร่ใน Youtube เท่านั้นครับ ถ้าจะมีสร้างรายได้บ้าง ก็เนื่องมาจากผมเป็นพาร์ทเนอร์แสดงผลโฆษณาใน Youtube เท่านั้น อันนี้ต้องขออนุญาตไว้ล่วงหน้าเลยครับ Princess of Bolaven เรื่อง Princess of Bolaven หรือภาษาไทยผมใช้ชื่อว่า “เมื่อเขาหลงรักเจ้าหญิงในนิทาน” ซึ่งเป็นภาพยนต์แนว โรแมนติก แฟนตาซี ซึ่งเป็นหนังสั้น (ที่ไม่สั้นเลย) ตอนแรกให้ชื่อว่า (Promise to keep สัญญาที่ต้องรักษา)  น่าจะมีหลายตอน ตอนละประมาณ 15 […]

20 ข้อคิดจาก The Money Coach On Stage

นานๆ ทีได้เจอข้อคิดดีผ่านมาทาง facebook ของผม ซึ่งจริงๆ ก็มีบ่อยนะ แต่อันนี้มันโดนใจ เลยอยากจะ คัดลอกมาไว้ที blog ด้วย เป็นบทความที่สรุปมาอีกครั้งหนึ่งจาก งาน The Money Coach On Stage เกี่ยวกับเรื่องการวางแผนทางการการเงิน แต่ผมอ่านดูแล้ว เป็นเป็นเรื่องทัศนคติซะส่วนใหญ่ และ เป็นทัศนคติที่ดีมากๆ ด้วย ซึ่งผมก็เคยได้ยินได้ฟังมาอยู่บ้าง ตอนทำงานฝ่ายขายตัวแทนประกัน ซึ่งเมื่อออกมาทำอย่างอื่นแล้ว ก็ไม่ค่อยได้ยินมันอีก ก็ขึ้นอยู่กับว่า เราจะจดบันทึกแล้วนำมาทบทวนบ่อยๆ เพราะข้อคิดเหล่านี้คือ แรงพลักดัน แรงบันดาลใจ ให้ทำสิ่งต่างๆ เกิดขึ้น ได้อย่างดีครับ ขอบขอบคุณ TaxBugnoms ที่สรุปให้ผมได้อ่านนะครับ ทั้งที่ ผมไม่ได้ไปงานครั้งนี้ด้วย และในบทความนี้ผมจะเติม ความเห็นส่วนตัวผมลงไปด้วย และจะทำตัวอักษรเอียง ให้แตกต่าง จากต้นฉบับนะครับ เอาเป็นว่าเราไปดูกันเลยครับ ว่า 20 ข้อนี้จะมีอะไรบ้าง?  จง “กล้า” ก่อน “เก่ง” ไม่ว่าจะทำอะไร จงเชื่อมั่นและกล้าที่จะลงมือทำ อันนี้ถูกเลยครับ […]

คนตาบอดกับโคมไฟ…..นิทานเซน

ยังมีตรอกสายหนึ่งที่ทั้งมืดทั้งแคบ ทั้งยังไม่มีดวงไฟส่องทางให้ความสว่างแม้แต่น้อย ดังนั้นเมื่อถึงยามค่ำคืน การเดินทางในตรอกแห่งนี้จึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก คืนวันหนึ่ง มีพระรูปหนึ่งเดินผ่านเข้ามายังตรอกดังกล่าวเพื่อมุ่งหน้าไปยังอาราม ทว่าด้วยความที่ตรอกนี้มืดมิดกระทั่งนิ้วมือทั้งห้าของตนเองยังไม่อาจมอง เห็นได้ เมื่อเดินไปเรื่อยๆ พระรูปนี้จึงทั้งเดินไปชนผู้อื่น และถูกผู้อื่นเดินมาชนไม่หยุดหย่อน สร้างความลำบากยิ่งนัก ในตอนนั้นเอง มีคนผู้หนึ่งถือโคมไฟเดินเข้ามายังตรอกดังกล่าว พลันทำให้ในตรอกเกิดแสงสว่างขึ้นพอสมควร พระรูปนั้นได้ยินคนเดินผ่านทางกล่าวว่า “คนตาบอดผู้นั้นช่างแปลกนัก ตนเองมองไม่เห็นแท้ๆ ใยต้องถือโคมไฟให้วุ่นวาย” เมื่อพระได้ยินก็รู้สึกแปลกใจ รอจนกระทั้งคนตาบอดถือโคมไฟคนนั้นเดินผ่านมา จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “ขออภัย ท่านตาบอดจริงๆ หรือ?” คนผู้นั้นตอบว่า “ถูกแล้ว ข้าเกิดมาก็พิการ ตาสองข้างมองไม่เห็น สำหรับข้านั้นไม่ว่าจะยามเช้าสายบ่ายเย็นล้วนไม่ต่างกัน ทั้งยังไม่ทราบว่าแสงสว่างหน้าตาเป็นเช่นไร” พระได้ยินดังนั้นก็ยิ่งงุนงงมากขึ้น เอ่ยถามต่อไปว่า “เช่นนั้นท่านจะถือโคมไฟไปเพื่ออะไร?” คนตาบอดตอบว่า “เนื่องเพราะข้าเคยได้ยินคนพูดกันว่าในยามกลางคืนไร้แสงสว่าง คนตาดีทั้งหลายก็เป็นเช่นเดียวกับข้าคือมองไม่เห็นสิ่งใด ดังนั้นข้าจึงถือโคมไฟไปไหนมาไหนเสมอ” พระได้ยินดังนั้นก็เกิดความซาบซึ้งใจ เอ่ยคำ อมิตาพุทธออกมา และกล่าวต่อไปว่า “ท่านช่างมีเมตตาธรรม ห่วงใยเพื่อนมนุษย์” มิคาดคนตาบอดกลับกล่าวว่า “ผิดแล้ว ข้าทำไปเพื่อตัวเอง” “ทำเพื่อตัวเองอย่างไร?” พระถามต่อด้วยความสงสัยใจ คนตาบอดอธิบายว่า เมื่อครู่ท่านเดินอย่างมืดมนในตรอกใช่โดนคนเดินสวนไปมาชนเอาหรือไม่ ท่านดูข้าเองนั้นแม้เป็นคนตาบอด แต่ข้าไม่โดนผู้อื่นเดินชนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนข้าก็เป็นเช่นเดียวกับท่านคือโดนคนเดินมาชนเอาบ่อยครั้ง […]