ไล่ล่าความฝัน ตอนที่ 1 อย่าให้ใครมาขโมยความฝันของคุณ

รักชอบแชร์เลย!! Share on FacebookShare on Google+Pin on PinterestTweet about this on TwitterShare on LinkedIn

ลอดเดือนนี้ทั้งเดือน(กันยายน 2558) ผมจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับความฝัน ความฝันในที่นี้ คือ เป้าหมายในชีวิตครับ และถือว่าเป็นการทบทวนความฝันของผมเองด้วย ซึ่งมีหลายอย่างที่ยังไปไม่ถึงฝัน แม้จะมีหลายข้อที่ทำได้แล้ว และอีกหลายข้อต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้สอดคล้องกับความฝันสุดท้ายในชีวิตdon-t-ever-let-someone-tell-you-you-can-t-do-something

 

และที่ต้องมาพูดถึงเรื่องนี้ ก็เพราะมีน้องๆ หลายคนเล่าว่า รู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ห่อเหี่ยวไม่มีแรงใจทำงาน ไม่มีกำลังใจในการก้าวต่อไปข้างหน้า จะทำอะไรดีถึงจะรวย มีงานให้ทำมั้ย  ซึ่งบางทีมันก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่ก็ต้องกลับมามองว่า เราอยู่ทุกวันนี้เพื่ออะไร เรามีความฝันหรือเป้าหมายในชีวิตมั้ย แล้วมันคืออะไร สำคัญด้วยเหรอ “คนเรามันต้องอยู่กับความจริงสิ!!!”  จะอยู่กับความฝัน แล้วมันจะเป็นจริงได้เหรอ และอะไรต่อมิอะไรที่พรั่งพรูออกมา ซึ่งผมก็จะรับฟัง แล้วให้การบ้านไปทำ 2 ข้อ คือ ให้เวลา 1 อาทิตย์ ถึง หนึ่งเดือน ไปทำสิ่งต่อไปนี้มา คือ

1. เขียนความฝันของตัวเอง ว่าอยากได้อยากมีอะไรในชีวิตนี้ ออกมาให้มากที่สุด และขอเน้นด้วยว่า ให้เป็นความฝันน่ะ ไม่ใช่ความจริงๆ ความฝันไม่ต้องเสียเงินซื้อ ฝันให้เยอะๆ

2.เบื้องหลังความฝันนี้ จะทำไปเพื่ออะไร  อยากได้ตามความฝันแค่ไหน หรือไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร หรือไม่ได้ไม่ได้ต้องได้

ทำไมต้องเขียนความฝัน ผมจะยังไม่บอกในตอนที่หนึ่งนี้ แต่อยากจะให้อ่านเรื่องต่อไปนี้ครับ เพราะนี้คือพลังของความฝัน ซึ่งผมนึกถึงทุกครั้ง หากได้ฟังเรืองราวนี้ วันนี้ก็เช่นกัน มีเรื่องนี้ผ่านเข้ามาทางหน้าเฟชบุ๊ค เรื่องนี้ชื่อ “อย่าให้ใครมาขโมยความฝันของคุณ

.

เรื่องของเด็กชายอายุ 16 ปีคนหนึ่ง ชื่อว่า มอนตี้

ซึ่งคุณครูสั่งให้เขียนเรียงความเรื่อง “โตขึ้นอยากเป็นอะไร”

มอนตี้ก็เขียนบรรยายไป 7 หน้ากระดาษถึงความฝันของเขา

ที่จะเป็นเจ้าของคอกม้า พร้อมด้วยบ้านพื้นที่ 4,000 ตารางฟุต

บนเนื้อที่ 200 เอเคอร์

.

เขาบรรยายพร้อมกับวาดแผนผังแสดงรายละเอียดไว้ทุก ๆ ส่วน

แต่เมื่อเขานำไปส่งกลับได้คะแนน “F”

และเรียกให้ไปพบหลังเลิกเรียน

.

หลังเลิกเรียน มอนตี้ ก็เขาไปพบคุณครู

และถามว่าทำไมเรียงความของเขาจึงได้ “F”

ก็ได้รับคำตอบว่า

“สิ่งที่เขาเขียนนั้นมันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้”

เพราะมันต้องใช้เงินมากมายเกินกว่าฐานะของครอบครัว

ของมอนตี้จะสามารถทำได้

.

แม้ว่ามอนตี้จะชี้แจงให้ฟังว่ามันเป็นแค่ความฝันของเขา

แต่คุณครูไม่รับฟังและขอให้มอนตี้ไปเขียนเรียงความมาใหม่

โดยขอให้เขียนถึงเรื่องที่มันพอจะเป็นไปได้บ้าง

แล้วจะแก้คะแนนให้

.

มอนตี้ก็กลับบ้านและนำปัญหานี้ไปปรึกษากับพ่อของเขา

ซึ่งพ่อของเขาก็ให้คำตอบว่า

“ เรื่องนี้พ่อคงช่วยอะไรลูกไม่ได้ มันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของลูกเอง แต่พ่อมีความรู้สึกบางอย่างว่า การตัดสินใจของลูกครั้งนี้จะเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่ออนาคตของลูกอย่างแน่นอน… ”

.

มอนตี้ ไคร่ครวญกับเรื่องนี้อยู่เป็นสัปดาห์ ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้

เขานำเรียงความเรื่องเดิมไปส่งคุณครูพร้อมกับพูดว่า

….”ให้คะแนน F กับผมก็แล้วกัน ผมจะรักษาความฝันของผมไว้”

.

มอนตี้เล่าเรื่องนี้ให้กับผู้มาเยือนเขาฟังพร้อมกล่าวว่า

“ที่ผมเล่าเรื่องนี้ให้พวกคุณฟังเพราะว่าขณะนี้คุณกำลังนั่งอยู่หน้าเตาพิงในบ้าน พื้นที่ 4,000 ตารางฟุต ซึ่งตั้งอยู่กลางคอกม้าเนื้อที่ 200 เอเคอร์ และเรียงความ 7 หน้ากระดาษนั้นได้ใส่กรอบเรียงอยู่เหนือเตาพิง”

.

และเขาได้เล่าต่อว่า ที่ดีที่สุดของเรื่องนี้ก็คือ

ในฤดูร้อนเมื่อสองปีที่แล้ว คุณครูคนเดิมพาเด็กนักเรียน 30 คนมาพักค้างแรมที่นี่เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ก่อนจากไปท่านพูดกับผมว่า

มอนตี้ สมัยครูเป็นครูของเธอ ครูคงเป็น นักขโมยความฝัน

” ครูเสียใจนะที่ครูได้ขโมยความฝันของเด็ก ๆ ไปตั้งมากมาย แต่ครูก็ดีใจที่เธอไม่ยอมให้ครูขโมยความฝันของเธอ”

.

สรุป จงระวัง…ความฝันของคุณอย่ายอมให้ใครขโมยมันไปได้

ครับ และนี้เป็นแค่ตัวอย่างเล็กๆ แต่ยิ่งใหญ่ของพลังความฝันครับ ถามว่าความฝัน ก๊อปปี้กันได้มั้ย ซึ่งในความเห็นของผมแล้ว ความฝันของใครของมันครับ จะเล็กบ้างใหญ่บ้าง ก็แล้วแต่ใครจะฝันถึงมัน และทำตัวเองให้มีคุณค่าพอที่จะเป็นเจ้าของหรือไม่ ดังนั้น ความฝันต้องเขียนขึ้นเอง จงเขียนพิมพเขียวชีวิตของคุณตั้งแต่วันนี้ครับ ถ้ายังไม่มี หรือถ้ามีแล้ว ก็นำมาทบทวนบ่อยๆ ครับ ว่าเป้าหมายของเราถึงใหนกันแล้วครับ

แล้วพบกับตอนต่อไป “ไล่ล่าความฝัน” จะมีชื่อตอนอย่างไร ก็รอชมกันน่ะครับ อย่าลืมกด like ในเพจด้วยนะครับ มีบทความใหม่ๆ จะได้ส่งไปให้อ่านถึงหน้าวอลครับ

.

ขอบคุณครับ Mr.Farmer เครดิต : www.oknation.net  ‪#‎BeDoHave‬ ‪#‎กฎแรงดึงดูดยิ่งใช้ยิ่งสำเร็จ‬

รักชอบแชร์เลย!! Share on FacebookShare on Google+Pin on PinterestTweet about this on TwitterShare on LinkedIn

กลับสู่ลู่วิ่งแห่งชัยชนะ

รักชอบแชร์เลย!! Share on FacebookShare on Google+Pin on PinterestTweet about this on TwitterShare on LinkedIn

“กลับสู่ลู่วิ่งแห่งชัยชนะ”

มื่ออารมณ์ อยู่เหนือเหตุผล

ก็ทำให้ออกนอกลู่นอกทางของเป้าหมายได้เช่นกัน

การเดินออกนอกเส้นทางครั้งนี้ ออกมาเดือนกว่า แล้ว

ถึงเวลาที่ต้องกลับเข้าสู่เส้นทาง แล้วมุ่งสู่เป้าหมายต่อไป

sucess_for_me

การเดินออกนอกเส้นทาง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในชีวิต

ครั้งแรก ใช้เวลากับมันถึง 5 ปี

แน่นอนเสียดายเวลาที่เอาย้อนกลับมาไม่ได้

แต่ครั้งนี้ โชคดีที่ใช้เวลาน้อยลง… ไม่ถึงสองเดือน

แต่ความเจ็บปวดต่างกัน ครั้งที่สองเจ็บปวดกว่ามากมาย

อาจเป็นเพราะต้านทานไม่อยู่ หรือ ไม่ได้เตรียมใจรับ…

แต่ยังไง ประสบการณ์ ก็มีประโยชน์เสมอๆ

ในจุดที่เจ็บปวดที่สุด ยังมีจุดที่สวยงามที่สุด

ที่น่าจัดจำ และเก็บเป็นความทรงจำที่ดีต่อไป ตลอดกาล..

ถึงแม้จะมีซากแห่งความเสียหาย ที่เกิดขึ้นในใจอยู่มากมาย..

ก็สามารถสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้..

แต่ขณะนี้… ถึงเวลาแล้ว ที่ต้องก้าวข้ามผ่าน และ

เข้าสู่ ลู่วิ่งของเป้าหมายต่อไปได้แล้ว

เวลา… อาจเหลือน้อยเต็มที ดังนั้น การเดิน.. หรือ วิ่งเยอะๆ

อาจไม่ทำให้บรรลุจุดหมาย ในชีวิตได้อีกต่อไป

ดังนั้นให้เวลาแค่ 2 ปีเท่านั้นนะ ที่จะพิชิต เป้าหมาย…

ถึงเวลาที่เร่งสปีด และใช้ตัวช่วยทุกทาง และที่สำคัญ คือ..

กำลังใจ ที่ไม่มีวันหมด ใช่แน่นอน..

มันก็คือกำลังใจ ที่เราต้องสร้างขึ้นเอง ไม่ได้มาจากใครทั้งสิ้น

มาเถอะ เจ้าอุปสรรค์ทั้งหลาย เรียงหน้ากันเข้ามา เราอยากผูกมิตรด้วย

เพราะจุดที่เจ็บปวดที่สุดได้ผ่านไปแล้ว

หลังจากนี้อุปสรรค์ ก็คือเพื่อนที่ดีที่จะเคียงคู่เข้าสู่เป้าหมาย..

จงเข้าใจศัตรูของเราด้วยนะ ศัตรูตัวร้ายกาจ..

นั้นก็คือ จิตใจอันขุ่นมัว ความคิดแห่งมโน คิดไปเอง

ตัวนี้แหละ ที่ทำให้เจ็บปวดอย่างไม่รู้ตัว ดังนั้น..

ทัศนคติบวก 100% ที่เคยทำได้โฟกัสมันและทำให้ได้อีกเรื่อยๆ

ระเบียบวินัย ที่ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำซะ ถึงเวลาแล้ว..

อารมณ์ มีประโยชน์นะ ถ้าใช้มันไปทางด้านบวก เปลี่ยนมันซะ

สติ … ขาดไม่ได้ ก็รู้นี่ เคยทำมาได้แล้วนะ

สุขภาพ ดูแล 100% นะ

เวลา ให้เวลากับสิ่งที่สำคัญ และ ไม่เร่งด่วน ทำทันที

ทบทวนเป้าหมายทุกอาทิตย์ด้วย

และอย่างลืม อารมณ์ขันเสียล่ะ…

เพราะมันคือสิ่งที่ทุกคน ที่เราแคร์…ต้องการ..

เชื่อสิ!! ไม่ใช่เรื่องยาก ลุยเลยนะ!!

แล้วอย่าอย่าลืมว่า….

“ชัยชนะ เป็นของคนที่เชื่อมั่นว่า จะชนะ!!”

วันที่ 5 สิงหาคม 2558

รักชอบแชร์เลย!! Share on FacebookShare on Google+Pin on PinterestTweet about this on TwitterShare on LinkedIn