7 หลักการ สู่การเป็นนักขายภาพออนไลน์มืออาชีพ

รักชอบแชร์เลย!! Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Pin on Pinterest
Pinterest
0Tweet about this on Twitter
Twitter
0Share on LinkedIn
Linkedin

7 หลักการ สู่การเป็นนักขายภาพออนไลน์มืออาชีพ ผมเจอนำบทความนี้จากกรุ๊ป RichwithPhoto : กลุ่มคนขายภาพออนไลน์ ต้องขอบคุณ คุณ Eak Kritchanut เป็นอย่างสูงครับ ที่ได้เขียนไว้เป็นแนวทาง และในฐานะมือใหม่ แต่เรียนรู้นาน 555 เพราะอะไรนะเหรอครับ ผมรู้เกี่ยวกับเรื่องขายภาพสต๊อกออนไลน์มาหลายปี แต่ไม่ได้ทำจริงๆ จังๆ จนกระทั้งตอนนี้ครับ ต้องนำภาพเก่าๆ ที่ถ่ายไว้ และที่จะถ่ายใหม่ มาปรับแก้ แล้วส่งขึ้นสต๊อกเสียที  และถึงแม้ว่าจะเรียนรู้มานาน แต่ก็ไม่ใช่จะเชียวชาญ เพราะเชียวชาญ เกิดจากการลงมือทำจริงๆ จัง เมื่อขาดความเชียวชาญ ที่ไม่ได้ทำก็ทำให้ลืม และที่สำคัญ ลืมแนวทางการทำงานเลย ดังนั้น บทความนี้ 7 หลักการ สู่การเป็นนักขายภาพออนไลน์มืออาชีพ จึงเป็นเหมือนเป็นเข็มทิศ ของอาชีพนี้สำหรับผมเลยก็ว่าได้ เลยขออนุญาตเอามาลงที่ blog ส่วนตัวนี้ด้วยครับ เราไปดูตั้งแต่ข้อแรกกันเลยครับ

Photo From : biginmicrostock.com

Photo From : biginmicrostock.com

  1. หาต้นแบบ เริ่มต้นจากการถอดแบบแนวความคิดและวิธีการทำงานจากผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้ว เพื่อใช้เป็นแนวทางในการคิดต่อยอดไอเดียรวมถึงเป็นแบบแผนการทำงาน เพื่อลดเวลาในการลองผิดลองถูกและทำให้เราเดินไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นจากประสบการณ์ 3 ปีในเส้นทางงานขายภาพออนไลน์ของผม รวมถึงแนวคิดที่ได้รับจากงานอบรมสัมมนาต่างๆ ในหัวข้อที่เกี่ยวกับวิธีการที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จ หรือแนวทางไอเดียที่จะช่วยทำให้เราประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นนั้น สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ “ต้นแบบ” หรือ “Coach” เพราะต้นแบบหรือ Coach คือผู้ที่มีประสบการณ์ มีแนวทางและวิธีการต่างๆ คือผู้ที่ได้ผ่านการลองผิดลองถูกมาแล้ว ทำให้รู้หลักว่าการเริ่มต้นควรทำอย่างไร และจะเดินไปอย่างไรให้เข้าใกล้เป้าหมายได้เร็วที่สุด หรือถ้าพูดว่าต้นแบบหรือ Coach คือวัตถุ วัตถุที่พูดถึงก็คือ ภาพตัวอย่าง เราสามารถมองหาไอเดียได้จากการศึกษาภาพตัวอย่างที่อยู่ในกลุ่มผู้นำ หรือกลุ่มขายดี เมื่อเรามีแบบอย่างที่ดี สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาตอบโจทย์ได้ดี การทำงานของเราก็จะกลายเป็นความสนุก เพราะเราได้ลดการเสียเวลาจากการไม่ต้องลองผิดลองถูกไปแล้ว สุดท้ายเมื่อเราเริ่มต้นได้ดี มีต้นแบบที่ดี วันหนึ่งผลงานของเราก็อาจจะกลายมาเป็นต้นแบบที่ดีได้เช่นกันครับหลายคนมีต้นแบบ ยึดแนวทางของต้นแบบ จนกลายเป็นการลอกเลียนแบบ หรือ ก๊อบปี้(Copy) หลายๆ คนเคย inbox มาคุยกับผมทางเฟสบุ้คว่า แบบไหนถึงเรียกว่าไม่ก๊อบปี้ แบบไหนถึงเรียกว่าไม่เหมือน แตกต่างแค่ไหนถึงเรียกว่าต่าง ต้นแบบเป็นเพียงโมเดลทางความคิด ช่วยไกด์ให้เราคิดว่าจะทำคอนเซ็ปต์อะไร แนวทางแบบไหน แต่ไม่ได้เป็นต้นแบบที่เราจะเอาหยิบเอามาดราฟ ก๊อบปี้ หรือตั้งใจถ่ายออกมาให้เหมือนกัน อย่าไปคิดเพียงว่าเขาวาดแบบนี้ เขาถ่ายแบบนี้ ถ้าเราไม่วาดแบบนี้ ไม่ถ่ายมุมแบบนี้ เดี๋ยวจะขายไม่ได้ ขายไม่ดีเหมือนต้นแบบ เพราะฉะนั้นดูต้นแบบเป็นแนวทาง ใช้ต้นแบบเป็นแค่โมเดลทางความคิด แล้วต่อยอดพัฒนา หรือสร้างขึ้นมาด้วยไอเดียของเรา นอกจากผลงานที่ออกมาจะมีโอกาสขายได้แล้ว ก็ยังกลายเป็นจุดขาย หรือมีเอกลักษณ์เป็นของเราด้วยครับ
  2. หาโอกาสจากสิ่งใกล้ตัว คิดง่ายๆ ก็สร้างโอกาสได้ เพราะอะไรๆ ที่อยู่รอบตัวเราก็สามารถถ่าย หรือคิดเป็นงานออกมาวาดส่งขายได้

    หลายคนเริ่มต้นจากการวาดงาน หรือถ่ายภาพในแนวที่เราคุ้นชิน ในแนวที่เราชอบ หรือแนวที่เราเคยทำๆ มา แต่ถ้าเราอยากประสบความเร็จเร็วๆ หรือมียอดขายมากๆ เราต้องโฟกัสที่ผู้ซื้อ เพราะเราขายภาพให้กับผู้ซื้อ ฉะนั้นแนวภาพที่ลูกค้าต้องการซื้อก็คือ สิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นมาขาย คนคือผู้ใช้สื่อ เพราะฉะนั้นภาพประกอบสื่อก็สามารถสร้างได้จากอะไรต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราทั้งนั้น

  3. เรียนรู้ เพื่อ “แตกต่าง” ศึกษาหาแนวทาง วิเคราะห์ภาพตัวอย่าง แล้วสร้างผลงานให้แตกต่างหรือดีกว่า จากข้อ 1 ที่พูดถึงเรื่องต้นแบบ เมื่อเราเรียนรู้จากต้นแบบที่ดี วิเคราะห์ ต่อยอดไอเดีย จนกลายมาเป็นผลงานใหม่ๆ แต่การสร้างผลงานใหม่ๆ นั้น จะต้องทำให้ได้แตกต่าง โดดเด่น หรือดีกว่า ถึงจะทำให้งานของเรามีโอกาสได้รับการพิจารณาจากคนซื้อ
  4. สร้างจุดขาย หรือเอกลักษณ์ (Signature) การทำงานให้โดดเด่นสะดุดตา จดจำได้ง่าย มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง หลายผลงานที่มีเนื้อหาและคุณภาพใกล้เคียงกัน ภาพที่ดูโดดเด่นกว่าย่อมมีโอกาสสูงกว่าในการถูกเลือก ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผมพิสูจน์มาแล้วหลายครั้ง ถ้าพูดถึงงานภาพวาดที่มีเนื้อหาชัดเจนกว่า ครอบคลุมกว่า หรือภาพถ่ายที่มีมุมมองในการนำเสนอเนื้อหาของภาพได้ตรงใจลูกค้า หรือตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่า ย่อมน่าสนใจกว่าแน่นอน แต่ถ้าเนื้องานมีความคล้ายคลึงกันมาก ภาพที่โดดเด่นสะดุดตากว่า (ไม่ว่าจะด้วยการใช้โทนสี การจัดองค์ประกอบภาพ หรือการสร้างจุดเด่นในรูปแบบอื่นๆ) ก็ย่อมมีโอกาสในการถูกเลือกมากกว่าเสมอ
  5. กำหนดเป้าหมาย เป้าหมาย คือสิ่งสำคัญ การกำหนดหรือตั้งเป้าหมายจะเป็นหลักยึดให้เราทำงานได้ตามแผนงานที่เราวางไว้ ถ้าไม่มีการกำหนดเป้าหมาย ไม่มีการวางแผนการทำงานที่ชัดเจน ก็อาจจะทำให้เราใช้ชีวิตแบบชิวๆ ทำงานแบบเรื่อยๆ แนวนั้นที แนวนี้บ้าง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนอกจากจะทำให้เราไม่มีแนวทางที่ชัดเจนแล้ว ก็จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้ช้าลง ซึ่งหลายๆ ครั้ง กลับกลายเป็นการสูญเสียโอกาสบางคนอาจจะกำหนดว่าฉันจะทำภาพเดือนล่ะเท่านั้นภาพ ปีล่ะเท่านี้ภาพ บางคนบอกฉันไม่สนปริมาณภาพ แต่เน้นคุณภาพและส่งงานต่อเนื่องก็พอ หรือบางคนอาจจะกำหนดด้วยยอดโหลดหรือยอดขาย ว่าฉันจะต้องขายให้ได้กี่โหลดต่อวัน หรือมียอดขายเท่าไรต่อเดือน ไม่ผิดครับ ทุกอย่างดีหมด เพราะว่าเป้าหมายในการสร้างงานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จะกำหนดเป็นปริมาณ จะกำหนดด้วยคุณภาพ หรือจะกำหนดด้วยยอดโหลดยอดขาย หรือทุกอย่าง ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างของแต่ล่ะคน แต่อย่างน้อยเป้าหมายเหล่านี้นี่หล่ะที่จะเป็นหลักยึดให้เรามีแรงขับเคลื่อน มีไฟที่จะทำงาน และเดินไปถึงความสำเร็จในแบบที่คนอื่นทำได้ได้เร็วขึ้นครับ
  6. สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ต่อยอดสิ่งเก่า สร้างสรรค์แนวใหม่ พัฒนาแนวภาพเดิมๆ ที่ขายได้หรือแนวที่มียอดการขายที่ดีให้ดีขึ้นไปอีก เพราะ? เพราะคนขายภาพออนไลน์ทั่วโลก ส่งภาพเข้าไปวางขายในตลาดอยู่ตลอดเวลา เพิ่มขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นทุกวัน ถึงภาพเดิมๆ ของเราจะขายได้อยู่แล้ว ติดอันดับสูงๆ ครองตลาดอยู่แล้ว แต่! เทคโนโลยียังมีการพัฒนา ยังมีการเปลี่ยนแปลง แฟชั่นยังมีวิวัฒนาการ เช่นเดียวกัน ลูกค้าก็มีความต้องการภาพในรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ 3 เดือนที่แล้ว 6 เดือนที่แล้ว หรือ 1 ปีที่ผ่านมา เราเคยขายได้ขายดีกับภาพชุดหนึ่ง แต่มาในวันนี้ยอดขายอาจหาย หรือลดน้อยลงไปเพราะมีตัวเลือกใหม่ๆ ที่ดีกว่า สดกว่า สวยกว่า หรือเข้ากับยุคสมัยมากกว่าจากคนขายภาพท่านอื่นๆ ดังนั้นเมื่อมีแนวที่ขายดีแล้ว อย่าทิ้งแนวนั้น พยายามต่อยอดไอเดีย เปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ เพิ่มคุณภาพให้เข้มข้นมากขึ้น นอกจากจะเป็นการเพิ่มตัวเลือกใหม่ๆ แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าเดิมๆ ของเราอย่างต่อเนื่องด้วย นอกจากการต่อยอดสิ่งเก่า เพื่อตลาดที่กว้างขึ้น กลุ่มลูกค้าที่มากขึ้น เราก็ต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดอยู่เสมอ เพราะความหลากหลายย่อมสร้างโอกาสที่มากกว่าแน่นอนครับ
  7. มุ่งมั่น และตั้งใจ ไม่มีความสำเร็จใดในโลกที่ได้มาโดยไม่ใช้ความมุ่งมั่น และพยายาม ถึงแม้ในปัจจุบันคนขายภาพออนไลน์จะมีเยอะ การแข่งขันในตลาดโลกจะมีสูงขึ้น แต่ความมุ่งมั่นและตั้งใจผลิตผลงานดีๆ มีคุณภาพ นำเสนอไอเดียใหม่ๆ และส่งงานสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอนครับ ฝากไว้เป็นแนวทางความคิด เป็นหลักการทำงานขายภาพออนไลน์ทั้งกับมือใหม่เพิ่งสอบผ่าน เพิ่งเริ่มต้นขายภาพกับเว็บขายภาพต่างๆ และหลายๆ ท่านที่รู้สึกว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ หรือยังไปไม่ถึงเป้าหมาย จากประสบการณ์ตรงทั้งหมดของผม เชื่อว่าหลักการ 7 ข้อนี้ จะเป็นแนวทางเริ่มต้นที่ดีสู่การเป็นนักขายภาพออนไลน์มืออาชีพได้อย่างแน่นอนครับ ใครชอบข้อไหน รู้สึกว่าข้อไหนเป็นประโยชน์และสามารถนำไปปรับใช้กับการขายภาพออนไลน์ให้สัมฤทธิ์ผลมากขึ้นของเราได้ เชิญเลยนะครับ

แล้วเจอกันสัปดาห์หน้า Week 2 กับ หัวข้อ “แนวไหนขายดี แนวไหนทำเงิน” (คลิกดูได้เลยครับ)

https://www.facebook.com/groups/richwithphoto

Eak Kritchanut

Admin: RichwithPhoto/ กลุ่มคนขายภาพออนไลน์

1/9/2558

ขอขอบคุณ Eak Kritchanut อีกครั้งสำหรับบทความดีๆ ครับ

รักชอบแชร์เลย!! Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Pin on Pinterest
Pinterest
0Tweet about this on Twitter
Twitter
0Share on LinkedIn
Linkedin

สำเร็จก่อนใคร ในงานขายภาพออนไลน์ แนวไหนขายดี แนวไหนทำเงิน

รักชอบแชร์เลย!! Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Pin on Pinterest
Pinterest
0Tweet about this on Twitter
Twitter
0Share on LinkedIn
Linkedin

ทความนี้ผมคัดลอกมาจากเฟชบุ๊ค Eak Kritchanut กลุ่มคนขายภาพออนนไลน์ ซึ่งตั้งใจนำบทความนี้มาเก็บที่ blog เพื่อใช้ทบทวนได้ง่ายขึ้น ต้องขอขอบคุณ คุณEak Kritchanut ด้วยนะครับ และขออนุญาตนำบทความนี้มาเผยแพร่ที่นี่ด้วยครับ

top_popular

“แนวไหนขายดี แนวไหนทำเงิน”

หลายๆ คนที่เพิ่งเริ่มต้น หรือกำลังจะเริ่มต้นกับงานขายภาพออนไลน์ ก็จะมีคำถามต่างๆ มากมาย ตั้งแต่ ขายภาพทำอย่างไร ขั้นตอนการสมัครยากแค่ไหน ขายที่เว็บอะไรกันบ้าง ราคารูปล่ะเท่าไร ทำแล้วขายได้จริงมั้ย รวมทั้งจะสามารถยึดเป็นงานหลักได้หรือเปล่า ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นคำถาม และคำตอบที่เกิดขึ้นเสมอ เพราะผู้เริ่มต้นกับงานขายภาพออนไลน์นี้มีเข้ามาอยู่ตลอด คำตอบสำหรับแนวทางความรู้เบื้องต้นเหล่านี้นั้นหาได้ไม่ยากครับ เพราะเว็บไซด์ เฟสบุ้ค Blog หรือหนังสือที่เกี่ยวกับงานขายภาพออนไลน์มีอยู่มากมายในปัจจุบันให้เราได้ศึกษาหาความรู้ รวมไปถึงงานสัมมนาต่างๆ ที่เกี่ยวกับการขายภาพออนไลน์ และการสอบถามจากคนที่ทำงานขายภาพออนไลน์โดยตรง

เมื่อเริ่มต้นเป็น สมัครและส่งขายภาพกับเว็บขายภาพออนไลน์เป็น เข้าใจในวิธีการและกระบวนการในการทำงานภาพออนไลน์แล้ว คำถามที่ตามมาก็คือ แนวไหนขายดี แนวไหนทำเงิน คำถามนี้อาจจะไม่ได้มีคำตอบที่ตายตัว เพราะถึงแม้ว่าเราจะรู้ทฤษฎีเท่ากัน รู้แนวทางเหมือนๆ กัน แต่การจะสร้างยอดขายให้ได้มากนั้น มากไปกว่าการรู้ว่าแนวไหนขายดีมันขึ้นอยู่กับอีกหลายๆ ปัจจัย แต่สำหรับในหัวข้อนี้ ผมจะขอแนะนำแนวทางที่มีโอกาสขายดี มีโอกาสทำเงิน โดยแบ่งเป็นหัวข้อให้เข้าใจง่ายๆ เพื่อมองกลุ่มภาพออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ก่อนที่เราจะลงลึกกันไปในกลุ่มของคีเวิร์ดและหัวข้อคีเวิร์ดย่อยๆ ที่มีความสัมพันธ์กันในหัวข้อถัดไป

1 แนวที่เราถนัด หรือแนวที่เราสนใจ

หลายคนเริ่มต้นไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะทำแนวไหนดี และก็ไม่รู้ว่าถ้าทำไปแล้วจะขายได้หรือเปล่า ซึ่งสำหรับหลายๆ งาน หรือเกือบทุกๆ สายงาน เวลาที่เราทำอะไรที่เราถนัด หรือทำอะไรที่เราให้ความสนใจเป็นพิเศษ เราจะทำมันออกมาด้วยความตั้งใจ และเมื่อตั้งใจก็จะทำผลงานออกมาได้ดี ซึ่งเมื่อผลงานออกมาดีก็มีโอกาสขายได้ มีโอกาสขายดี ถ้ามียอดขายต่อเนื่องก็จะกลายเป็นแนวทำเงินให้กับเรา และเมื่อจับแนวทางได้แล้วเราก็จะมีไอเดียในการต่อยอดทำผลงานใหม่ๆ ในแนวภาพเดิมๆ เป็นการสร้างตัวเลือกใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นไปอีก

แต่ถ้าเมื่อลองทำแนวภาพที่เราถนัด หรือแนวที่เราสนใจแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ขายไม่ได้ หรือขายไม่ดีหล่ะ! อันนี้เราก็ต้องหันกลับมามองเป็นข้อๆ แล้วว่าผลงานเรานั้นมีจุดบกพร่องตรงไหน คุณภาพดีมั้ย แสงสีสวยมั้ย โอกาสที่ลูกค้าจะนำไปใช้งานได้มีมากน้อยแค่ไหน รวมถึงถ้าเราเป็นลูกค้า เราจะซื้อผลงานของตัวเราเองมั้ย และจะซื้อไปทำอะไร ถ้าเรามีคำตอบที่ดีให้กับคำถามเหล่านี้แล้ว หรือมีการปรับแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ แล้ว มันก็ยังไม่ตอบโจทย์อีกหล่ะ แสดงว่าแนวภาพที่เราทำนั้นอาจจะยังไม่ใช่แนวที่ตลาดกลุ่มใหญ่มองหา หรือมีความต้องการในเวลานั้น ซึ่งอาจจะไม่ได้แปลว่าไม่มีความต้องการเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ควรทำคือ มองหาทางเลือกอื่นๆ ทำควบคู่ไปกับแนวที่เราถนัด หรือแนวที่เราสนใจส่งเข้าไปวางขายเรื่อยๆ ผสมกันไป เพราะผมเชื่อว่าถ้าผลงานเราดี ถึงจะไม่ใช่แนวที่ลูกค้ากลุ่มใหญ่ต้องการ แต่ในจังหวะที่ลูกค้ามีความต้องการภาพแนวนั้นๆ งานของเราก็อาจจะถูกโหลด และอาจจะได้ราคาสูงๆ ก็ได้ครับ

2  แนวยอดนิยม

แนวที่มีโอกาสขายดี แนวที่ใครๆ ก็อยากทำ สำหรับตัวผมเอง ก็เริ่มต้นจากแนวนี้ตั้งแต่เริ่มต้นขายภาพครั้งแรก (เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา) ต้องท้าวความไปก่อนหน้าสักนิดว่า ผมเองไม่ได้เป็นนักถ่ายภาพ ช่างภาพ หรือเป็นกราฟฟิคดีไซด์เนอร์มาก่อน อาชีพผมคือ สถาปนิก ใช้ไอเดีย คิดงาน ออกแบบและสร้างสรรค์งานโดยผ่านการวาดและเขียน มีโอกาสได้ใช้โปรแกรม Ai บ้าง Ps บ้าง ในการสร้างงานและโพรเสดงาน รวมถึงก็เพิ่งจับกล้อง และมีกล้อง DSLR ตัวแรกพร้อมเลนส์ธรรมดาๆ แค่ตัวเดียวในสมัยก่อนหน้าที่จะเข้าวงการงานขายภาพออนไลน์ได้แค่ครึ่งปี ผมพูดได้แบบไม่อายว่า ผมไม่มีเทคนิคการถ่ายภาพอะไรเลย จัดแสงก็ไม่เป็น มีแต่มุมมอง และไอเดียเท่านั้น แต่ด้วยโอกาสและความอยากที่จะลองขายภาพออนไลน์ดูบ้าง จึงทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของงานขายภาพออนไลน์ของผม

เมื่อเริ่มต้นขายภาพในช่วงแรกๆ ผมยังวิเคราะห์ไม่เป็นว่าแนวไหนจะขายดี แนวไหนจะทำเงิน ง่ายที่สุดที่คิดได้ตอนนั้นคือ การอาศัยดูจากตัวเลขจำนวนการเข้าดู (Views) และจำนวนการซื้อ (Downloads) ของแต่ล่ะภาพ ซึ่งผมดูจากภาพในกลุ่มขายดีที่เว็บ Fotolia เพราะเมื่อก่อนภาพแต่ละภาพจะมีข้อมูลเหล่านี้บอกอยู่ (ในปัจจุบันรู้สึกว่าจะโชว์ให้เราเห็นเฉพาะภาพของเราเอง) ซึ่งทำให้ง่ายมากต่อการสังเกตุว่าภาพไหนขายได้มาก แนวไหนขายดี เป็นโอกาสที่ดีทางหนึ่งต่อการหยิบเอามาเป็นต้นแบบให้เราสร้างผลงานทำเงินได้ในจุดเริ่มต้นที่เรายังหาแนวทางของเราเองไม่เจอ แต่การขายภาพจะได้มากหรือน้อยนั้น สำคัญหลักอยู่ที่ความต้องการของลูกค้า ซึ่งแต่เว็บก็จะมีกลยุทธ์ในการทำตลาดและมีกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการแนวภาพที่แตกต่างกันไป เมื่อเราจะขายภาพที่เว็บไหนก็จะต้องศึกษาและยึดเอาแนวภาพของเว็บนั้นๆ เป็นหลัก

ส่วนใหญ่แล้วรายได้จากงานขายภาพออนไลน์ (แบบ Non-Exclusive) จะมาจากตลาดใหญ่อย่าง Shutterstock เป็นหลัก ดังนั้นการเริ่มต้นหาแนวทางให้กับงานขายภาพออนไลน์ด้วยแนวภาพยอดนิยม โดยการอิงจากกลุ่มภาพที่มีการดาวน์โหลดมากๆ (Most Popular) หรือภาพในกลุ่ม Top Keywords ของ Shutterstock จึงเป็นตัวแปรหลักที่จะส่งผลให้เราสร้างผลงาน หรือแนวภาพที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มใหญ่ๆ ได้มาก โอกาสที่จะได้ยอดโหลดก็มากตามไปด้วย

วิธีการสร้างงานด้วยแนวภาพยอดนิยมนี้เปรียบได้กับหลักการที่ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ซึ่งปัจจุบันได้ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในวงการธุรกิจอย่างมากมาย หลักการอันทรงพลังนี้ก็สามารถนำมาใช้ได้กับงานขายภาพออนไลน์ของเราได้ดีเช่นกัน เพราะเมื่อเรารู้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ รู้แนวทางที่จะสนองตอบในสิ่งที่ลูกค้าอยากได้ ใส่ไอเดีย ใส่ความรู้สึกของเราเข้าไป งานที่เราทำออกมาก็จะขายได้ง่ายขึ้น มีโอกาสขายดีจนสามารถยึดเป็นแนวทางหลัก ส่งผลให้เราเดินไปสู่ความสำเร็จได้เร็วขึ้นกว่าเดิม

แนวภาพยอดนิยมของ Shutterstock มีอะไรบ้าง?

ปกติ Shutterstock จะมีลิงค์ตารางลำดับ Top Keywords ขายดีตลอดกาล(Top 100 keywords Ever) ขายดีของเดือน(Top 100 keywords Past month) และขายดีของสัปดาห์(Top 100 keywords Past week) แต่ปัจจุบันลิงค์นี้ไม่สามารถเข้าได้ เป็นไปได้ว่าน่าจะอยู่ในระหว่างการปรับปรุงหรือถูกยกเลิกไป

shutterstock_popular

ผมเลยเขียนลำดับ Top 50 Keywords ขึ้นมาโดยอาศัยข้อมูลเดือนพฤศจิกายน 2014 ของ Shutterstock ที่ผมเคยโน๊ตเก็บไว้ครั้งล่าสุด ถึงจะเป็นข้อมูลที่ไม่อัพเดท แต่ผมเชื่อว่าอย่างน้อย Top 50 Keywords นี้จะเป็นทางเลือกที่ดีทั้งสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นขายภาพและคนที่อยากเพิ่มแนวเพิ่มยอด เพื่อใช้เป็นแนวทางในการสร้างผลงานในแนวยอดนิยมกันครับ

Top 50 keywords Ever (Updated November 2014)

1.Flower

2.Christmas

3.Background

4.Vector

5.Medical

6.Family

7.Tattoo

8.Logo

9.Music

10.Woman

11.Baby

12.Business

13.Wedding

14.Beach

15.Car

16.Fashion

17.Computer

18.Tree

19.Hand

20.Abstract

21.Frame

22.Spa

23.Icon

24.Design

25.Golf

26.Grunge

27.Floral

28.Water

29.Party

30.Dog

31.Butterfly

32.Heart

33.Tribal

34.Love

35.Food

36.Pattern

37.Retro

38.House

39.Child

40.Girl

41.Person

42.Silhouette

43.Sport

44.Border

45.Vintage

46.Rose

47.Star

48.Fitness

49.Globe

50.Shopping

เพิ่มเติมสำหรับ Top Keywords หรือแนวภาพขายดีของแต่ละเว็บขายภาพออนไลน์ ลองเข้าไปดูกันได้ตามลิงค์ที่แปะไว้ด้านล่างนี้ครับ ผมยกตัวอย่างมาแค่บางเว็บนะครับ

http://www.istockphoto.com/most_popular.php

https://www.fotolia.com/Info/All/BestSellers/FromThisMonth

http://www.dreamstime.com/latest.php?sortcriteria=6

https://www.pixtastock.com/blog/

ไม่ว่าจะยึดวิธีการทำงานขายภาพออนไลน์ด้วยการทำในแนวที่ถนัด หรือแนวยอดนิยม หรือจะทั้ง 2 แนวควบคู่กันไปก็ตาม ทั้ง 2 แนวทางนี้ถือเป็นส่วนที่สำคัญมากๆ ที่จะทำให้เรามีหลักยึดว่าควรจะเริ่มต้นหรือจะเดินไปสายไหน ใครที่ทำภาพในแนวถนัดหรือแนวที่สนใจแล้วขายไม่ได้ หรือขายได้น้อยก็ลองหันมาทำแนวยอดนิยมที่ตลาดต้องการส่งควบคู่กันไปเพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขาย เมื่อผลงานขายได้จนถึงขั้นขายดีติดอันดับ หรือมียอดโหลดต่อเนื่อง มุมมองความคิดของเราก็จะเริ่มแตกหน่อไปอีก เกิดไอเดียใหม่ๆ เพิ่มขึ้นไปอีก สุดท้ายแล้วแนวถนัดและแนวที่ตลาดต้องการเหล่านั้นก็จะกลายมาเป็นแนวทำเงินให้เราและคิดต่อยอดไปได้ไม่รู้จบ

ถ้ายังไม่เจอแนวถนัด หรือยังไม่มีไอเดียในการทำภาพแนวยอดนิยม

สัปดาห์หน้าพบกันต่อครับกับอีก 4 แนวทางในหัวข้อเดิม “แนวไหนขายดี แนวไหนทำเงิน”

https://www.facebook.com/groups/richwithphoto

Eak Kritchanut

Admin: RichwithPhoto/ กลุ่มคนขายภาพออนไลน์

8/9/2558

รักชอบแชร์เลย!! Share on Facebook
Facebook
0Share on Google+
Google+
0Pin on Pinterest
Pinterest
0Tweet about this on Twitter
Twitter
0Share on LinkedIn
Linkedin