โปรเจ็คเยอะใช่ว่าจะดี ไม่มีอึ้ง

In: วู๊ดดี้อยากพูด, เรื่องเล่าในเงางาน, เมื่ออาร์ตทิสมาเขียนโปรแกรม

“โปรเจ็คเยอะใช่ว่าจะดี”

2015-08-16_051318

ปรเจ็คใน list ผมเริ่มสร้างเมื่อปี 2007 แต่ มีไม่ถึง 20% ที่สร้างรายได้ให้ กว่า 80% ของทั้งหมด ดังนั้น ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจเลือก เพื่อปรับปรุงแผน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายหลัก

ผมจะซิ้งค์ folder list นี้ไปยังทุกๆ ที่ ที่ออนไลน์ได้ และเข้าถึงได้ เช่น PC ที่ใช้ประจำการทุกวัน Notebook สำหรับเวลา ที่ต้องหอบงานไปทำข้างนอก บนมือถือหลักทั้งสองเครื่อง (IOS,Android ใช้ ทดสอบ app) เครื่อง Sever Base (ใช้เก็บข้อมูลประมาณมากและใช้รันทูลต่างๆอัตโนมัติ) และ Tablet โดยผ่าน Cloud Service ที่ชื่อว่า Dropbox นั่นเอง เพราะหากสถานะการใหนว่าง และสะดวกกับอุปกรณ์ไหน ก็จะจับขึ้นมาทบทวน และ ทำมัน ได้ทันที (หากต้องการใช้ Dropbox แบบฟรีๆ คลิกจากลิงค์ https://db.tt/hiBxiXC ได้เลยครับ )

วันนี้ตื่นเช้าหน่อย และต้องรีบปิด Project WebDesign ที่ค้างคาให้เสร็จภายใน 3 เดือนถัดจากนี้ เพราะ..มันกินเวลามากและต้องเหนื่อยทุกครั้งที่จะได้รายได้กลับมา

หลังจากนั้น ก็ไปทำงานที่ชอบและสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ในขณะที่ มีเวลามากขึ้น และที่สำคัญ มัน ไปในทิศทางเดียวกับเป้าหมายหลัก เพราะจะได้ใช้ ต้นทุน ทั้งเงิน และ เวลา ไปกับโปรเจ็คที่ไปในทิศทางเดียวกันให้คุ้มค่า

จริงๆ ใช้เวลาน้อยๆ ก็ได้ effective มากก็ทำได้เหมือนกัน ถ้าจัดการกับมันจริงๆ ไม่ใช่ ไหลลื่นไปตามอารมณ์ตัวเอง

วันนี้ก็ไม่มีไรมาก แค่ลองจับโปรเจ็ก ย่อยๆ ที่คิดจะทำ แต่ไมไ่ด้ทำสักที ย้ายไปยัง Folder Bin แล้วลืมมันไปซะ เท่านั้นแหละ!!

16-08-2015

เจาะลึก LINE Marketing โดย Marketing Oops! (ตอนที่ 1)

In: เรื่องเล่าในเงางาน

สวัสดีครับเพื่อนๆ สามาชิก วันนี้ผมเปิดดูใน Facebook มีบทความดีๆ จาก http://www.marketingoops.com มากฝาก ซึ่งจริๆง แล้วในกรุ๊ป ของบริษัท และ ทีมงาน เราจะใช้โปรแกรม Line ในการติดต่อสื่อสารกันเป็นหลัก เพราะสะดวก รวดเร็ว และตั้งเป็นกลุ่ม ย่อยๆ แยก บริหารข่าวสารกันอีกครับ ในบทความที่ผมนำมานี้ ก็เป็นเป็นบทความเชิงลึก เกี่ยวกับการนำโปรแกรมไลน์ไปใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ ในด้านของ การตลาด Marketing ซึ่งเขียนไว้ดีมากครับ เลยขอนุญาตนำมาเผยแพร่ต่อใน blog ของผมครับ

พวกเราคงได้เห็นแบรนด์หลายๆ แบรนด์เริ่มเข้ามาทำการตลาดผ่าน LINE Mobile Messenger Chat Application ที่กำลังมาแรงที่สุดของไทยในขณะนี้  ซึ่งความโดดเด่นของ LINE ก็คือ สติ๊กเกอร์น่ารัก กวนๆ ที่ผู้ใช้ LINE ต่างต้องการจะดาวน์โหลดมาใช้งานฟรี ทำให้ LINE มองเห็นถึงการเปิดทางให้กับแบรนด์สินค้าได้เข้ามาทำการตลาดบนแอพพลิเคชั่นของตน

LINE Messenger Chat Application นี้เป็นของ NHN Corporation ผู้เป็นเจ้าของเว็บไซต์ Search Engine และ เว็บ Portal ที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นและเกาหลี Naver.co.kr Naver.co.jp ที่แม้แต่ Google เองยังไม่สามารถเอาชนะได้     NHN Corp มีสาขาทั้งในประเทศเกาหลีใต้และในประเทศญี่ปุ่น โดยธุรกิจหลักคือการขายโฆษณาบนผ่าน Search Engine และการทำเงินผ่าน Game Portal ที่ชื่อว่า Hangame เว็บไซต์เกมพอทัลที่มีสมาชิกมากกว่า 20 ล้านสมาชิก และเป็นเว็บไซต์เกมส์ส่งออกชื่อดังที่คนไทยหลายคนได้เคยติดกันงอมมาแล้ว ทั้งเกมประเภท MMORPG และ Casual Game

LINE Messenger Chat เป็นเพียงหนึ่งในบริการของทาง NHN Corp. เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2011 ในประเทศญี่ปุ่น ประสบความสำเร็จด้วยการเป็นแอพพลิเคชั่นอันดับ 1 ของประเทศญี่ปุ่นในเวลาเพียง 1 เดือน   ทำให้ผู้บริหารของทาง NHN ต้องหันมาใส่ใจเป็นพิเศษและมองหาช่องทางการทำเงินโดยเร็ว   ปัจจุบัน LINE ได้ถูกดาวน์โหลดไปใช้งานแล้วกว่า 70 ล้านดาวน์โหลดทั่วโลก ซึ่งรวมการดาวน์โหลดของทุกแพลตฟอร์ม ทั้ง โทรศัพท์มือถือ แทบเบล็ต พีซี ซึ่ง LINE สนับสนุนการใช้งานทั้ง iOS, Android, Windows Phone และ BlackBerry และเปิดให้บริการกว่า 230 ประเทศทั่วโลก และเป็นแอพพลิเคชั่นที่ Rank อันดับ 1 ของ 24 ประเทศ ซึ่งรวมประเทศไทยในนั้นด้วย

หลังจากความสำเร็จของ LINE Messenger Chat    NHN ยังต่อยอดแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ให้กับ LINE อีกเช่น LINE Camera, LINE Brush, LINE Card และ LINE Birzzle และล่าสุด เมื่อสัปดาห์ก่อน NHN ได้เปิดตัวเกมใหม่ 3 เกมที่มาพร้อมกับสติ๊กเกอร์ให้เราได้ดาวน์โหลดกัน คือ LINE Pop, LINE Cartoon Wars และ LINE Patapoko Animal

จุดเด่นของ LINE Messenger Chat

ฟีเจอร์การใช้งานของ LINE นั้นไม่ได้แตกต่างจาก What’s App, MSN Messenger หรือ WeChat ที่ให้เราได้ Chat ตรงกับผู้ใช้ LINE ด้วยกัน ด้วยการส่งข้อความ การสร้างกรุ๊ป Chat และการแชร์ภาพ วิดีโอ เสียง ระหว่างการสนทนา  แต่จุดเด่นของ LINE คือ Voice Call ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่สามารถให้เราใช้แทนโทรศัพท์ได้ ทั้งในและต่างประเทศโดยไม่เสียเงิน  อย่างไรก็ตาม Voice Call ก็ยังสู้ไม่ได้กับ Sticker ที่ผู้ใช้งานดูเหมือนจะเลิฟมากที่สุด คือ สติ๊กเกอร์ที่เราใช้แสดงอารมณ์ผ่านการพูดคุย และด้วยความน่ารัก จึงทำให้การแชทผ่าน LINE มีเอกลักษณ์และเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

LINE เหมือน หรือ แตกต่าง จาก Facebook อย่างไร [สำหรับผู้ใช้งาน]

สำหรับผู้ใช้งาน หากเทียบ LINE กับ Facebook นั้นคงถือว่าแตกต่างพอสมควร เนื่องจาก Facebook เป็น Social Network ที่ให้เราเข้าไปติดตามการแชร์เรื่องราวของเพื่อน และของตัวเองผ่านทางเครื่องคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งแน่นอนว่าการใช้งานจะสะดวกว่า LINE เมื่อต้องการใช้แชร์ภาพ วีดีโอ สถานะ และการติดตามเรื่องราวความเคลื่อนไหวที่กำลัง talk of the town หรือน่าสนใจ และที่สำคัญจำนวนผู้ใช้งานที่เป็นเพื่อนเรานั้น จะใช้เวลาบน Facebook กันมากกว่า

ส่วน LINE นั้นดูจะเหมือนกับ Facebook Messenger  เพราะเน้นหลักในการ Chat ตัวต่อตัว หรือเป็นกรุ๊ป ไม่ได้ถูกออกแบบให้เป็น Social network ผ่านโทรศัพท์มือถือในครั้งแรก แม้ว่า LINE จะปรับการใช้งานให้เราแชร์เรื่องราวผ่าน Timeline ได้เหมือน Facebook ก็ตาม  LINE ก็ยังเป็นได้เพียง Messenger Chat สำหรับคนทั่วไป  ในขณะเดียวกัน LINE จะออกแนว Instant Chat มากกว่า คือทักเพื่อต้องการพูดคุยเดี๋ยวนั้น หรือในทันที ส่วน Facebook เราค่อนข้างคุ้นเคยกับการทิ้งข้อความไว้ใน Inbox ซึ่งผู้ใช้งานจะไม่คาดหวังว่าเราจะต้องตอบในทันที

 

การเติบโตของ LINE เมื่อเทียบกับ Facebook และ Twitter

ก่อนหน้านี้เราเคยทึ่งกับการเติบโตของ Facebook และ Twitter กันมาแล้ว ที่เติบโตด้วยสมาชิก 50 ล้านในเวลาเพียง 3 ปี เมื่อเทียบกับสื่ออื่นๆที่ใช้เวลากันหลาย 10 ปี    หากกล่าวถึงการเติบโตของ LINE นั้นกลับเร็วกว่า Facebook และ Twitter เสียอีก  เพราะ LINE ได้จำนวนผู้ใช้งาน 50 ล้านในเวลาเพียง 1 ปีกับ 34 วัน ซึ่งเร็วกว่า Facebook และ Twitter ที่ใช้เวลา 3 ปี!   เรียกได้ว่า LINE อาจจะเป็นสื่อที่มีสมาชิกที่เติบโตเร็วที่สุดเลยก็ว่าได้

 

จำนวนผู้ใช้ LINE ในไทย

จากการสอบถามไปยัง NHN Corp. ทราบมาว่าจำนวนผู้ใช้ LINE ของไทยเติบโตอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง  มีตัวเลขผู้ใช้งานอยู่ที่ 7 หลัก แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้  แต่เราจะแจ้งให้ทราบในทันทีเมื่อทราบ รับรองตัวเลขไม่ผิดหวังแน่นอน

 

การตลาดผ่าน LINE

ปัจจุบัน NHN เปิดช่องทางให้แบรนด์สินค้าร่วมทำการตลาดผ่าน LINE ได้ 2 ช่องทาง ซึ่งผู้ใช้ LINE คนไทยคงได้เห็นกันมาแล้ว คือ

  1. การทำการตลาดผ่าน LINE Official Account
  2. การทำการตลาดผ่าน LINE Sponsored Sticker

ซึ่งทั้ง 2 ช่องทางนี้ ได้เปิดให้บริการในประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแรก และประสบความสำเร็จด้วยดี  ประกอบกับการเติบโตอย่างน่าสนใจของผู้ใช้งานคนไทย และประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้ NHN ต้องการเข้ามาทำการตลาดในไทยเป็นประเทศที่ 2 และตามด้วยประเทศอื่นอย่าง อินโดนิเซีย มาเลเชีย สิงคโปร์ เป็นต้น

LINE Official Account

ผู้ใช้งาน LINE ของไทยได้เริ่มเห็น LINE Official Account ในครั้งแรกๆ จาก Official Account ของเหล่าดารา ศิลปิน และเริ่มติดตามเป็น Followers กันอย่างต่อเนื่อง ทั้ง GTH, Opal, Ter Chantawit, Singular, Love IS, 2AM ที่ทาง NHN ได้ใช้เป็นกลยุทธ์ในการนำศิลปิน และดารา ให้มีช่องทางติดต่อเหล่าแฟนคลับผ่านทาง Official Account ซึ่งหากสังเกตุจาก Official Account ของ LINE ในหลายๆ ประเทศ จะเห็นได้ว่ากลยุทธ์นี้ถูกนำมาใช้ในหลายๆ ประเทศเพื่อชิมทางและทดสอบความต้องการของผู้บริโภคก่อนที่ NHN จะเปิดตัว LINE Official Account ให้กับแบรนด์สินค้าทั่วไป

LINE Official Account เปิดให้ผู้ใช้งาน LINE ได้ติดตามแบรนด์ที่ตนสนใจ  และให้แบรนด์สินค้าได้มีช่องทางติดต่อกับกลุ่มลูกค้าโดยตรงผ่านการ Broadcast หรือการส่งข้อความถึงลูกค้าผ่านทาง Official Account นั่นเอง    อย่างที่กล่าวในข้างต้น ว่า Official Account นั้นคล้ายกับ Facebook Brand Page ที่เปิดให้ลูกค้าหรือผู้สนใจติดตามแบรนด์ผ่านการ Like และการเป็น Followers   แต่วิธีการสร้าง Relationship หรือการติดต่อกับกลุ่ม Followers นั้นต่างกับ Facebook เพราะ LINE Official Account นั้นเป็น One Way Communication  คือ แบรนด์สินค้าสามารถส่งข้อความให้กับกลุ่ม Followers พร้อมกันได้ในแต่ละครั้ง แต่กลุ่ม Followers จะไม่สามารถติดต่อ หรือพูดคุยกับแบรนด์สินค้าเหมือนที่ทำได้ผ่านทาง Facebook

การส่งข้อความผ่าน LINE Official Account

สรุปง่ายๆ คือ Brand Official Account ส่งข้อความออกไปในแต่ละครั้ง จะถือเป็นการ Broadcast ถึงทุกคน  หาก Followers 1 ท่าน ส่งข้อเพื่อพูดคุยกับแบรนด์นั้น Follower ท่านอื่นๆ จะไม่เห็น  นอกจากนี้ยังจะได้รับข้อความตอบกลับโดยอัตโนมัติจากทางแบรนด์สินค้าที่ได้เตรียมกำหนดข้อความสำหรับการตอบกลับไว้ล่วงหน้า    [อันนี้ ลองเล่นได้ ด้วยการส่งข้อความอะไรก็ได้ไปยังแบรนด์หรือศิลปินที่เราติดตาม เมื่อส่งข้อความไปแล้ว เราจะได้รับข้อความอัตโนมัติตอบกลับมาในทันที]

** สำหรับข้อความ หรือ Content ที่แบรนด์สินค้าสามารถส่งผ่าน Official Account คือ ข้อความ Text, ภาพ, วิดีโอ และ Audio เสียง  และข้อความยอดฮิตของแบรนด์สินค้าที่นิยมใช้กับกลุ่มลูกค้าคือ โปรโมชั่น ที่สามารถมาในรูปแบบคูปอง ส่วนลด และข่าวสารที่เกี่ยวกับแบรนด์โดยตรง

Event Page

Event Page เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่มาพร้อมกับ LINE Official Account คือการเปิดให้เจ้าของ Official Account สามารถสร้างหน้า Event หรือให้เข้าใจง่ายคือ Mini Microsite ภายใต้ LINE Official Account นั่นเอง   เจ้าของ Official Account สามารถสร้างหน้าดังกล่าว โดยสามารถใส่ภาพและเนื้อหา รวมถึง Hyperlink ไปยังเว็บไซต์หรือ Facebook Brand Page ได้ตามต้องการ  เมื่อสร้างหน้าดังกล่าวเสร็จแล้ว ก็สามารถส่งแจ้งลูกค้าที่ติดตาม LINE Official Account ให้คลิกเข้าไปชมได้   หน้า Mini Microsite สำหรับ Event Page นี้ เหมาะสำหรับการโปรโมทสินค้า การให้ข้อมูลเพิ่มเติม การสร้างแกเลอรี่ภาพ และการสร้างหน้าอีเว้นท์ต่างๆ ได้  ซึ่งในความเป็นจริงยังสามารถประยุกต์ใช้ได้ตามต้องการ

ON AIR

นอกจากการส่งข้อความถึงกลุ่มผู้ตามหรือลูกค้าแล้ว  LINE Official Account ยังมีฟีเจอร์ให้แบรนด์หรือเจ้าของ Official Account ได้เปิดช่องทาง 2 way communications เพื่อเล่นกิจกรรมกับลูกค้าได้ผ่านฟีเจอร์ที่เรียกว่า ON AIR  ลักษณะการทำงานของ ON AIR จะคล้ายกับการ ON AIR ผ่านทางวิทยุ ที่ดีเจมักจะเปิดสายให้ผู้ฟังเข้ามาร่วมสนุกรับของรางวัล  ซึ่งการทำ ON AIR นี้ ระบบหลังบ้านของ LINE จะเก็บข้อความที่ผู้ร่วมสนุกส่งเข้ามา และสามารถติดต่อกลับได้เมื่อต้องการ

 

2. LINE Sponsored Sticker

LINE Sponsored Sticker คือการทำการตลาดผ่านสติ๊กเกอร์ของ LINE  ซึ่ง NHN เปิดโอกาสให้แบรนด์สินค้าที่สนใจมีสติ๊กเกอร์ในแบบของตนเอง  สามารถร่วมสร้างสติ๊กเกอร์ให้ผู้ใช้ LINE ได้ดาวน์โหลดไปใช้งานฟรี

การสร้างสติ๊กเกอร์กับ LINE นั้น สามารถทำได้ทั้ง ตัวหนังสือ ภาพการ์ตูน สินค้า หรือแม้แต่พรีเซ็นเตอร์ของสินค้า  โดยทีมงาน NHN ประเทศญี่ปุ่นจะเป็นผู้ดีไซน์และออกแบบให้  ทั้งออกแบบให้จากภาพของพรีเซ็นเตอร์ หรือจากภาพ Mascos ที่แบรนด์มีอยู่แล้ว หรือคิดให้ใหม่เลยก็ทำได้  หรือจะใช้คาแรคเตอร์ของ LINE มาปรับแต่งใหม่ให้เข้ากับแบรนด์ของตนเอง

บริการ Sponsored Sticker LINE มีข้อจำกำจัด คือ จะเปิดให้ผู้ใช้ LINE สามารถดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์เพียง 1 เดือนหลังจากการเปิดตัวของ Brand Sticker Shop  และเมื่อดาวน์โหลดไปแล้ว ผู้ดาวน์โหลดจะสามารถใช้สติ๊กเกอร์นั้นเพียง 90 วันหลังจากวันที่ดาวน์โหลด  หลังจากนั้นสติ๊กเกอร์ของแบรนด์จะหายไปจากระบบของ LINE ในทันที

เช่น ใครที่เคยดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์พี่เชฟ กับน้องเกี๊ยวของทางซีพี หรือจากการบินไทยไปแล้ว จะไม่สามารถดาวน์โหลดได้อีกแล้ว  และจะใช้สติ๊กเกอร์ได้อีกเพียงไม่ถึง 2 เดือนเท่านั้น

สำหรับแบรนด์ที่ต้องการเพิ่มระยะเวลาการดาวน์โหลด หรือเพิ่มระยะเวลาการใช้งานของสติ๊กเกอร์ ก็สามารถทำได้ด้วยการจ่ายเงินเพิ่มให้กับทาง NHN ตามที่กำหนดไว้

 

ความคุ้มค่าของ LINE Marketing

มีข้อโต้แย้งพอสมควรเกี่ยวกับการทำการตลาดผ่านทาง LINE โดยเฉพาะหลังจากที่เราได้เห็นจำนวน Followers ของการบินไทย และซีพี ที่มีตัวเลข Followers มากกว่า 2 ล้าน รวมถึงความน่ารักของสติ๊กเกอร์ที่ถูกทำออกมา  ทำให้นักการตลาดไทยต่างตื่นตาตื่นใจกับผลลัพท์ที่ได้จากกระแสของ LINE และต้องการสร้างแบรนด์และสร้างโมบายคอมมูนิตี้เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้ใช้ LINE คนไทย

ราคาของการทำการตลาดผ่าน LINE นั้นดูจะราคาสูงสำหรับนักการตลาดส่วนมากที่ทราบราคาในครั้งแรก ซึ่งราคารวมการเปิดตัว Official Account และ Sponsored Sticker Shop จะอยู่ประมาณ  4 ถึง 5 ล้านบาท สำหรับ Sponsored Sticker 1 ครั้ง และ Offical Account 12 เดือน (ราคานี้ เป็นราคาประมาณการคร่าวๆ)  ซึ่งเมื่อคิดเร็วๆ แล้วนำมาเทียบกับการทำการตลาดผ่าน Facebook Brand Page ก็จะดูแพงมาก เพราะราคาการดูแล Facebook Brand Page จะอยู่ที่ประมาณ 40,000 – 80,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความยากง่ายหรือความเยอะในการทำของแต่ละแบรนด์    แต่หากคิดกันให้ดี จะเห็นว่าราคาของ LINE นั้นถูกและคุ้มค่ากว่ามากทีเดียว  สมมติว่าต้องเสียเงิน 5,000,000 บาทในการทำ LINE Official Account และ LINE Sponsored Sticker  และได้จำนวน Followers มาที่ 2,000,000 (ตามเคสของการบินไทยและซีพี) จะเท่ากับว่าราคาต่อ 1 Follower = 2.50 บาท  ซึ่งเมื่อเทียบกันตรงๆ กับการทำ Facebook ซึ่งต้องเสียทั้งบริการการดูแล Fan Page ต้องสร้างแคมเปญเพื่อเพิ่มจำนวน Like และยังต้องซื้อออนไลน์มีเดียในการโปรโมทตลอดทั้งปี และผลลัพท์ที่ได้จาก Fan Page ของไทยนั้น ยังไม่มี Fan Page ใดที่สามารถเพิ่มจำนวน Like ได้ถึง 1,000,000 ภายใน 2 สัปดาห์  ซึ่งในความเป็นจริงอาจต้องใช้เวลา 1-3 ปี หรืออาจจะมากกว่า  ด้วยเหตุนี้ การทำการตลาดผ่าน LINE   ในขณะนี้ จึงดูว่าคุ้มค่ากว่าทั้งราคาและระยะเวลา

 

อนาคตของ LINE

บางคนอาจจะสงสัยว่าการทำการตลาดผ่าน LINE นั้นดีจริงหรือไม่ และหากว่าดีจะดีได้นานเพียงใด  ข้อสงสัยนี้คงยังไม่สามารถหาคำตอบได้ภายในปี 2012 นี้ เพราะ LINE ถือเป็นช่องทางใหม่สำหรับนักการตลาดไทย และรวมถึง NHN Corp. ด้วยเช่นกัน ที่ยังต้องการเรียนรู้ตลาดและความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ LINE ว่าจะมีเทรนด์การใช้งาน LINE ไปในลักษณะใด   ทั้งนี้ ยังขึ้นอยู่กับการเพิ่มหรือปรับฟีเจอร์การทำงานของ LINE ให้ตรงกับความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ทั่วโลกให้ถูกใจมากกขึ้น

สำหรับวันนี้ เรามองว่า LINE เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มการรับรู้ของแบรนด์ โดยเฉพาะสินค้าใหม่ หรือสินค้าและบริการที่ต้องการจับกลุ่มผู้ใช้สมาร์ทโฟน  นอกจากนี้ LINE ยังเหมาะที่จะทำเป็นทูลสำหรับการทำ Direct marketing  เพราะช้อความที่ส่งถึง Followers นั้น สามารถเข้าถึงกลุ่ม Followers ได้ในทันที

By: Woody

เทรนด์ กูเกิล 2012 จากตัวจริง สาวไอที! พรทิพย์ กองชุน (ชอบส่วนตัว)

In: เรื่องเล่าในเงางาน

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ไทยรัฐเปิดใจหัวหน้าฝ่ายการตลาด “พรทิพย์ กองชุน” กับภารกิจก้าวใหม่ของกูเกิล ประเทศไทย ภายใต้ 4 แนวทางหลักพร้อมความสำคัญในด้านการค้นหา การสื่อสาร และมือถือ…

 

porntip_konchun004

 

ไลฟ์สไตล์ หรือการดำเนินชีวิต ที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว และกำลังขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้ชีวิตของเราต้องการการเชื่อมโยงมากขึ้น ข้อมูลที่อยู่ในคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป งานเอกสารในโน้ตบุ๊ก รูปภาพในสมาร์ทโฟนคู่ใจ ยังไม่นับรวมการดึงข้อมูลเหล่านั้นขึ้นไปอยู่บนโลกออนไลน์ พร้อมแบ่งปันเรื่องราวไปสู่กลุ่มเพื่อน เพื่อนร่วมงาน และบุคคลอื่นๆ

 

“ทีมข่าวไอทีออนไลน์” มีโอกาสสัมภาษณ์ “นางสาวพรทิพย์ กองชุน” หัวหน้าฝ่ายการตลาด กูเกิล ประเทศไทย ซึ่งมาบอกเล่าการเดินทางในก้าวที่เติบโตขึ้นของ “กูเกิล” ว่า นับจากที่มีการเปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว กูเกิล ประเทศไทย จะมีแนวทางแปลกใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ซึ่งเรานำความน่าสนใจมาเสิร์ฟให้ผู้อ่านทุกท่านตั้งแต่บรรทัดต่อไป…

 

คำถาม : ในปีนี้ ‘กูเกิล’ ตั้งใจสะท้อนภาพลักษณ์ออกมาในแนวทางใด

พรทิพย์ : สิ่งที่เราต้องการจะบอกกับคนไทยในปีนี้คือ กูเกิลมีออฟฟิศในไทยแล้ว ซึ่งเพิ่งเปิดได้ 6 เดือนเท่านั้น ที่อยากบอกเพราะถือเป็นเรื่องใหม่สื่อถึงความสำคัญและศักยภาพของผู้ใช้ชาวไทยที่กูเกิลเล็งเห็น แม้ผลิตภัณฑ์ เช่น การค้นหา หรือแผนที่ของกูเกิลจะเป็นที่รู้จักของคนไทย และเริ่มต้นใช้งาน www.google.co.th ตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา การเปิดออฟฟิศในประเทศไทยเป็นการย้ำว่าเรามีบุคลากรที่พร้อมพัฒนาเครื่องมือต่างๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการใช้งานมากขึ้น

 

สำหรับเป้าหมายในการตั้งออฟฟิศกูเกิลจะเน้น 4 แนวทางหลัก เพื่อส่งเสริมการใช้งานและพัฒนาชีวิตผู้ใช้ชาวไทย คือ 1.เสิร์ช (Search) ซึ่งเราไม่ได้มองแค่การเสิร์ชจากคอมพิวเตอร์แต่ยังมองถึงการเข้าถึงข้อมูลผ่านช่องทางอื่น ทั้งมือถือและแท็บเล็ตที่ต้องเน้นประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเราทำมาโดยตลอด 2.นวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มใดที่สามารถส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อเข้าถึงข้อมูลในชีวิตประจำวันและธุรกิจของคนไทย 3.เพิ่มคอนเทนต์ภาษาไทยให้มากขึ้น และ 4.ผลักดันให้ผู้ประกอบการไทยนำออนไลน์มาใช้ในธุรกิจ เพราะเรามั่นใจว่าสิ่งที่จะทำให้เกิดการพัฒนาคือประสบการณ์การใช้อินเทอร์เน็ต ซึ่งจะเห็นได้จากสิ่งที่กูเกิล ประเทศไทยมุ่งมั่นและทำอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมาและในปีนี้

 

คำถาม : บริการที่กูเกิลพัฒนาเพื่อคนไทยมีอะไรบ้าง

พรทิพย์ : นอกจาก www.google.co.th กูเกิลยังมีอีกกว่า 23 บริการที่รองรับภาษาไทยอย่างเต็มรูปแบบ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม คือ การค้นหา การสื่อสาร และมือถือ จะเห็นว่ากูเกิลให้ความสำคัญที่การค้นหาเป็นพิเศษ ปัจจุบันมีการค้นหาที่เรียกว่ายูนิเวอร์แซล (universal) ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของกูเกิลที่ต้องการเป็นผู้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดในโลกมาประมวลเป็นรูปแบบที่ชัดเจน เพื่อทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงและนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ ขณะเดียวกัน กูเกิลก็ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานบริการกูเกิลบนสมาร์ทโฟนด้วย

 

ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนคิดเป็น 28% ของจำนวนผู้ใช้มือถือ ซึ่งมากกว่า 45% ของจำนวนดังกล่าว มีการใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ เช่น เช็กเมล์ ใช้งานแอพพลิเคชั่น หรือเล่นเกมส์ ทำให้กูเกิลเล็งเห็นโอกาสจากแนวโน้มดังกล่าว นอกจากนี้ ยังรวมถึงประสบการณ์ใช้สมาร์ทโฟนจากผ่านระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่กูเกิลเป็นผู้พัฒนา ถือเป็นระบบปฏิบัติการที่มีผู้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นสูงสุดในโลกด้วยจำนวน 1 หมื่นล้านครั้ง และมีดีไวซ์ต่างๆ ทั่วโลกใช้งานระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ประมาณ 7-7.5 แสนเครื่องต่อวัน

คำถาม : สิ่งไหนที่จะอยากเน้นหนักในปีนี้คืออะไร

พรทิพย์ : กูเกิลยึดถือจากสิ่งที่ผู้ใช้บอก สำหรับในประเทศไทยปีนี้เรายังคงมุ่งเน้น 3 กลุ่มที่บอกไปแล้ว ทั้งการค้นหา การสื่อสาร และมือถือ ภายใต้แนวคิดในการดึงเรื่องออฟไลน์ให้เป็นออนไลน์ เพื่อตอบสนองความต้องการและการใช้งานในยุคดิจิตอล นอกจากนี้ ยังมีการสานต่อความร่วมระหว่างกูเกิลและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในโครงการกูเกิล สตรีทวิว ซึ่งมีการนำรถออกเก็บภาพรายละเอียดถนนและสถานที่ต่างๆ เป็นรูปแบบเวอร์ชวลใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และภูเก็ต ซึ่งคาดว่าพร้อมเปิดตัวได้ในเร็วๆ นี้ แต่ด้วยความละเอียดในการพัฒนาเป็นภาพ 360 องศา จึงทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้รวดเร็วนัก โดยเป้าหมายต่อไปคือ การเก็บรายละเอียดทั่วประเทศ เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะสามารถฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยตอบสนองด้านการท่องเที่ยว ธุรกิจในท้องถิ่น และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้เป็นอย่างดี

 

แม้บริการต่างๆ ของกูเกิล จะสามารถตอบสนองการใช้งานของผู้ใช้ในวงกว้าง แต่เราก็คำนึงถึงและให้ความสำคัญกับผู้ใช้แต่ละกลุ่มด้วย ทั้งคนทั่วไป กลุ่มธุรกิจ หรือนักเรียน เพื่อช่วยให้สามารถทำงานร่วมกันได้จากหลากหลายบริการ

 

คำถาม : ความเป็น “กูกลี้” ของบุคลากรกูเกิลมีลักษณะอย่างไร

พรทิพย์ : คำว่า กูกลี้ (Googley) เป็นคุณลักษณะของผู้ที่ทำงานให้กูเกิล บุคลิกของกูเกิลสะท้อนออกมาจากความรักและตั้งใจในการทำงานของบุคลากร ต้องมีทั้งความมุ่งมั่นและเชื่อมั่น เรายึดถือการทำในสิ่งที่รัก รักในสิ่งที่ทำ ทำให้ทุกสิ่งออกมาดีที่สุด ภายใต้บุคลิกที่ต้องสามารถทำงานร่วมกับคนในองค์กรได้ เปิดกว้างพร้อมรับสิ่งใหม่และชอบความท้าทาย เพราะนวัตกรรมมีการพัฒนาทุกวัน งานของเราไม่เคยเกิดขึ้นจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เกิดจากหลายฝ่ายร่วมมือกัน เราทำงานกันแบบคนในครอบครัว มีความเคารพและสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพราะเราตั้งใจจะเปลี่ยนโลกด้วยนวัตกรรมที่เราพัฒนา

 

คำถาม : มองพฤติกรรมผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและกูเกิลในประเทศไทย มีแนวโน้มอย่างไร

พรทิพย์ : ในส่วนที่กูเกิลพัฒนาในปัจจุบัน จะเห็นแนวโน้มการเข้าถึงข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องที่อยู่ในความสนใจ จึงเป็นเหตุผลสำคัญในการเกิดกูเกิลเสิร์ชพลัสและกูเกิลพลัส เพื่อทำให้ประสบการณ์ดังกล่าวดียิ่งขึ้นผ่านการแชร์เรื่องราวร่วมกัน มีตัวเลขจากการสำรวจระบุว่า 81% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตชาวไทย นิยมค้นหาข้อมูลจากเสิร์ชเอนจิ้นประกอบการตัดสินใจ ขณะเดียวกัน ยังพึ่งพาโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจด้วย

 

ขณะเดียวกัน เราเชื่อว่าบราวเซอร์จะสามารถสร้างเรื่องราวที่ดีให้เกิดขึ้นกับผู้ใช้ได้ เรามีกูเกิลโครม (Google Chrome) ซึ่งเปิดให้บริการมา 3 ปี เวอร์ชั่น ปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่นที่ 17 ยืนยันได้ว่า เราพัฒนาและปรับปรุงฟีเจอร์เพื่อรองรับการใช้งานใหม่ๆ และความปลอดภัยในการใช้งานอยู่ตลอด ซึ่งเรามีแคมเปญระยะยาวชื่อว่า เว็บคือทุกสิ่งที่คุณสร้างสรรค์ ที่เปิดตัวเมื่อเดือน มิ.ย.2554 เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้ตระหนักถึงการใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสร้างสรรค์ และมีการปรับให้สอดคล้องกับวิถีของคนไทย ทำให้กูเกิลโครมสามารถเป็นบราวเซอร์อันดับ 2 ที่มีผู้ใช้ชาวไทยนิยมใช้ ภายใต้แนวทางความรวดเร็ว ปลอดภัย และใช้งานง่าย

 

คำถาม : กระแสความนิยม ‘กูเกิลพลัส’ เป็นอย่างไรบ้าง

พรทิพย์ : กูเกิลพลัส เปิดตัวเมื่อเดือน มิ.ย.2554 จัดอยู่ในหมวดบริการด้านการสื่อสาร เป็นโซเชียลแพลตฟอร์มเพื่อตอบโจทย์การใช้อินเทอร์เน็ตของคนในปัจจุบัน ที่มีการปฏิสัมพันธ์กันเป็นชุมชน เช่น ครอบครัว เพื่อนในออฟฟิศ เพื่อนเก่า ทำให้ผู้ใช้สามารถแบ่งปันเรื่องราวให้กับเฉพาะกลุ่มได้ ขณะเดียวกัน ก็มี Hang Out ช่วยแบ่งปัน หรือค้นหากลุ่มเพื่อนที่สนใจเรื่องราวเดียวกันได้อย่างง่ายดาย

 

ปัจจุบันอัตราการใช้งานทั่วโลกอยู่ที่ 90 ล้านราย ถือเป็นการเติบโตที่น่าสนใจ เนื่องจากช่วงก่อนหน้าตัวเลขผู้ใช้งานอยู่ที่ 40 ล้านราย แต่กลับเพิ่มขึ้นได้ถึง 90 ล้านราย ภายใน 12 สัปดาห์ สำหรับปัจจัยสนับสนุนที่ทำให้จำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นคาดว่ามาจากการเป็นโซเชียลแพลตฟอร์ม และการพัฒนาที่กูเกิลเปิด 1 ฟีเจอร์ใหม่ทุกวัน ทำให้ปัจจุบันมีการอัพเดตมากกว่า 200 อัพเดต นอกจากนี้ ยังมีการสร้างเพจเพื่อธุรกิจ ทั้งนี้ เรายังพบว่าผู้ใช้กูเกิลพลัสกว่า 60% มีการใช้งานทุกวัน และกว่า 80% มีการใช้งานทุกสัปดาห์.

By: Woody