ภาวะแทรกซ้อนจากการนอนติดเตียงเป็นเวลานานมีอะไรบ้าง?

In: สุขภาพดีไม่มีขาย

ผู้ป่วยที่มีอาการหนัก มักจะช่วยเหลือตัวเองได้น้อยหรือไม่ได้เลย ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการนอนอยู่กับที่นิ่ง ๆ เป็นเวลานาน และไม่ได้ขยับตัวเลย ก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา ซึ่งจะซ้ำเติมโรคที่เป็นอยู่ก่อนแล้วแย่ลงไปอีก

ภาวะแทรกซ้อนจากการนอนติดเตียงเป็นเวลานานมีอะไรบ้าง?

ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ

  1. ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลดลง ลดลงวันละ 1-3% ต่อวัน
  2. มีปัญหาข้อติด ซึ่งเกิดได้ทุกข้อ เนื่องจากอยู่ในท่าเดิมนานๆ และไม่ได้ขยับตัว เช่น
    • ข้อไหล่ติด ไม่สามารถยกขึ้นแนบหูได้
    • ข้อศอกติดในท่างอ ทำให้ไม่สามารถเหยียดข้อศอกได้ทุกข้อ
    • ข้อมือติดในท่ากระดกลง
    • นิ้วมือกำแน่น ไม่สามารถกางออกได้
    • ข้อสะโพกและข้อเข่าติดในท่างอ
    • ข้อเท้าติดในท่าจิกลง

    ซึ่งการติดของข้อต่าง ๆ ก่อให้เกิดปัญหาตามมาภายหลังได้ เช่น การติดของข้อไหล่ทำให้ไม่สามารถเอื้อมมือหยิบของได้ การติดของข้อศอกทำให้มีปัญหาการใส่เสื้อผ้า การติดของข้อนิ้วมือทำให้หยิบจับไม่สะดวก การติดของข้อสะโพก ข้อเข่าและข้อเท้า ทำให้เป็นอุปสรรครต่อการเดินในอนาคต เนื่องจากขาสั้นยาวไม่เท่ากัน และการเดินมีการสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าคนปกติ

  3. มือและเท้าบวม เนื่องจากมือและเท้าไม่ได้ขยับ และอยู่ต่ำกว่าระดับหัวใจ
  4. เกิดแผลกดทับตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะจุดที่เป็นส่วนนูนของกระดูก เช่น บริเวณของปุ่มบริเวณศีรษะด้านหลัง สะบัก ก้นกบ กระดูกสะโพก กระดูกตาตุ่มด้านนอก เป็นต้น สาเหตุที่มักเกิดตรงบริเวณปุ่มกระดูกเพราะขาดเลือดมาเลี้ยงตรงผิวหนังและเนื้อเยื่อตรงบริเวณนั้น จากการนอนทับเป็นเวลานาน ๆ
  5. เกิดภาวะกระดูกบาง โดยเฉพาะข้อที่รับน้ำหนัก เช่น ข้อสะโพกและข้อเข่า

ระบบหัวใจและหลอดเลือด

พบว่าในผู้ป่วยที่นอนนาน อัตราการเต้นของหัวใจขณะพักจะเต้นเร็วกว่าคนปกติ และหัวใจสูบฉีดเลือดต่อครั้งได้น้อยกว่าคนปกติ ร่วมกับมีภาวะหน้ามืด เป็นลมได้ง่าย เมื่อลุกนั่งในทันที

ระบบหายใจ

พบว่าท่านอน การหายใจต่อครั้งจะได้อากาศน้อยกว่าท่านั่ง เพราะมีลำไส้มาดันกระบังลม ทำให้กระบังลมทำงานได้น้อยกว่าปกติ ผู้ป่วยไอไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่ และการนอนอยู่นิ่ง ๆ ทำให้มีการตกค้างของเสมหะในแขนงของหลอดลม ซึ่งภาวะดังกล่าวทำให้เกิดภาวะปอดบวมติดเชื้อ และปอดแฟบได้ง่าย

ระบบประสามสัมผัสและอารมณ์

มีการศึกษาพบว่า การมองเห็นจะลดลง มีภาวะหูตึงมากขึ้น และมีอารมณ์แปรปรวนง่าย เช่น วิตกกังวลหรือซึมเศร้า เป็นต้น

มีวิธีป้องกันภาวะแทรกซ้อนอย่างไรบ้าง?

จากข้างต้นจะเห็นว่าการป้องกันภาวะแทรกซ้อนจะได้ผลดีกว่ามาแก้ปัญหาเมื่อเกิดภาวะแทรกซ้อนขึ้นแล้ว ซึ่งการป้องกันภาวะแทรกซ้อนดังกล่าวจำเป็นต้องใช้ความร่วมมือในการทำงานและประสานงานของฝ่ายต่าง ๆ ได้แก่ แพทย์เจ้าของไข้ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล นักกายภาพบำบัด และนักกิจกรรมบำบัด เป็นต้น

โดยในที่นี้จะกล่าวถึงวิธีการดูแลโดยรวม ดังนี้

  1. การจัดท่าของส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย โดยให้ข้อไหล่ ข้อศอก ข้อมือ นิ้วมือ ลำตัว ข้อสะโพก ข้อเข่าและข้อเท้า ให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม
  2. การพลิกตะแคงตัว เพื่อป้องกันแผลกดทับและข้อติดถ้าผู้ป่วยรู้ตัว และสามารถพลิกตะแคงตัวได้ ให้พยายามตะแคงตัวบ่อย ๆ ทุก 30 นาที ยกเว้นช่วงที่นอนหลับในกรณีที่ไม่รู้สึกตัว ควรพลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมง โดยเปลี่ยนท่าสลับกันไป ตั้งแต่ตะแคงซ้าย นอนหงาย ตะแคงขวา นอนคว่ำ (ถ้าทำได้) โดยญาติ พยาบาล และนักกายภาพบำบัด
  3. การจัดให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่งบ่อย ๆ โดยการไขหัวเตียง โดยเริ่มให้หัวเตียงสูงครั้งละ 15-30 องศา ถ้าผู้ป่วยสามารถบอกและสื่อสารได้ ถ้าไม่มีอาการมึนศีรษะให้ปรับขึ้นได้อีก จนสามารถนั่งได้ตรง 90 องศา แต่ถ้ามีอาการมึนศีรษะให้ปรับลงจนไม่มึนศีรษะ แล้วรอ 15-20 นาที จึงค่อย ๆ ปรับขึ้นใหม่
  4. การบริหารข้อต่าง ๆ ถ้าผู้ป่วยสามารถทำได้เอง ให้หมั่นยกข้อไหล่ให้แนบติดหู งอและเหยียดข้อศอกจนสุดมุม กระดกข้อมือขึ้นลง กำมือและแบมือจนสุด งอและเหยียดข้อสะโพกจนสุด กางและหุบข้อสะโพกจนสุด งอและเหยียดข้อเข่าจนสุด กระดกข้อเท้าขึ้นลงจนสุด งอและเหยียดนิ้วเท้าจนสุดแต่ถ้าผู้ป่วยไม่สามารถทำได้ให้พยายามให้ทำมากที่สุด ที่เหลือให้ญาติ พยาบาล หรือนักกายภาพบำบัดช่วยทำต่อ โดยทำข้อละ 3-5 ครั้ง วันละ 2 ครั้ง ในช่วงเช้าและเย็น
  5.  ฝึกหายใจแบบใช้กระบังลม และฝึกหายใจเข้าเต็มที่
  6. ในรายที่สามารถนั่งได้ ให้พยายามนั่งข้างเตียงบ่อย ๆ โดยมีญาติคอยดูแล
  7. ในรายที่อาการดีขึ้นและไม่มีสายทางการแพทย์ และปลอดสามารถลงมาฝึกทำกายภาพบำบัดที่ชั้นล่างตึกกระดูกและข้อได้ จะได้ประโยชน์มาก เพราะมีความพร้อมของเครื่องมือมากกว่าบนหอผู้ป่วย

ภัยเงียบ โรคไตวาย ต้องไม่ทำสิ่งต่อไปนี้ เพื่อลดความเสี่ยง

In: สุขภาพดีไม่มีขาย

รคไตวายถือว่าเป็น มหันตภัยเงียบของคนยุคใหม่ ถึงแม้ว่ามันจะป่วย แต่คุณก็ไม่ทราบและรับรู้ได้ เรามักได้เห็นจากข่าวอยู่บ่อยครั้ง บางคนมีอาการเบื่ออาหาร มีอาการเหนื่อยล้าไม่มีแรง และหลังจากไปพบแพทย์จึงทราบว่าเป็นโรคไตวายระยะสุดท้าย ไตเป็นอวัยวะที่สำคัญ แต่ก็ง่ายที่จะได้รับความเสียหาย ในการใช้ชีวิตประจำวันมีสิ่งไหนที่ทำลายไต? ไปดูอันดับที่จะส่งผลเสียต่อไตกันเถอะ คุณมีนิสัยพวกนี้อยู่รึปล่าว ?

1:อดหลับอดนอน

is-adhd-a-sleep-disorder-Custom

การนอนหลับดึกส่งผลให้ทำลายตับและไต แต่หากต้องนอนดึกก็ไม่ควรนอนหลัง 5 ทุ่ม แต่ในยุคปัจจุบันนี้ต้องบอกเลยว่ายากจริงๆ

2:ซื้อยากินยาเอง

medicine

ยาบางชนิดอาจทำลายไตอย่างรุนแรง เช่นยาบรรเทาอาการปวด ไอบูโปรเฟน

3:ผลิตภัณต์เสริมอาหาร

Assortment of vitamin pills

ผลิตภัณต์เสริมอาหารบางประเภทเช่น ผงโปรตีน ปรับสมดุลภูมิคุ้มกัน แต่หากรับประทานในปริมาณที่มากเกิน ส่งผลให้ไตทำงานหนักส่งผลเสียต่อสุขภาพ

4:ทำงานหนักและเหนื่อยเกินไป

work_hard_over_woodysay.com

งานที่ต้องใช้แรงมากในการทำงานทำให้ร่างกายเหนื่อยล้า และส่งผลให้ระบบไตมีปัญหา หากเครียดมากๆไม่ว่าจะเป็นเพราะจากงานหรือชีวิตประจำวัน ไม่ได้ผ่อนคลายจึงง่ายที่จะไปทำลายไต

5:ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณที่มาก

Drinking_large_amounts_of_alcohol_woodysay.com

หากดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำและปริมาณที่มากมันคือการทำลายไตของเรานั้นเอง

6:ออกกำลังอย่างหักโหม

Man lifting up dumbbell
Man lifting up dumbbell

ปกติมักยุ่งกับงาน ไม่มีเวลาออกกำลังกาย แต่จู่ๆ ออกกำลังกายอย่างหักโหม การกระทำเช่นนี้ส่งผลเสียต่อไต และที่ร้ายแรงคืออาจส่งผลให้เป็นโรคไตวายเฉียบพลัน

7:กินเค็มมากและมันมาก

Eating_too_much_salt_and_many_fat_woodysay.com

อาหารที่มีไขมันสูง หรือมีแคลอรี่สูงมากเกินไป หรืออาหารที่มีรสเค็ม มัน และหวานมากๆ การที่รับประทานอาหารเหล่านี้มากๆเป็นการเพิ่มภาระให้กับไตต้องทำงานหนัก

8:กินอาหารทะเลพร้อมดื่มเบียร์

seafood_with_beer_woodysay.com

อาหารทะเลมีสารพิวรีน และสารนิวคลีโอไทด์ ซึ่งไม่ควรกินอาหารทะเลพร้อมกับดื่มเบียร์ เพราะเบียร์จะไปควบคุมการขับกรดยูริก ส่งผลให้กรดยูริกในเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุให้เกิดโรคเกาต์และอาจเกิดอาการปวดที่ไต หรือไขข้ออักเสบ

9:ดื่มชาเข้มข้นประจำ

Safflower
Safflower

ถึงแม้ว่าใบชาจะมีสารคาเฟอีน แต่ก็มีผลน้อยสำหรับการดื่มชาเพื่อกระตุ้นให้ตาสว่าง หากดื่มชาในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลให้เป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหารและลำไส้ และร่างกายมีสารคาเฟอีนที่มากทำให้ไตต้องทำงานหนัก อาจก่อให้เกิดโรคนิ่วในไตได้อีกด้วย

10:มีความกดดัน หรืออารมณ์หงุดหงิด

Pressure_or_irritable_mood_woodysay.com

ในยุคปัจจุบันคนทำงานมักต้องพบเจอกับแรงกดดันมากมาย 「ฉันเหนื่อย 」「ฉันรู้สึกกดดัน」 อารมณ์เหล่านี้ล้วนแต่ส่งผลเสียกับไตของเรา

การใช้ชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะนอนหลับดึก ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การบริโภคอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งล้วนแต่ส่งผลเสียต่อร่างกายของเรา เพราะฉะนั้นหันมาใส่ใจการใช้ชีวิตประจำวันของตัวเอง และควรเลือกรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพกันนะครับ

ตารางพลังงานอาหาร ตารางแคลอรี่

In: สุขภาพดีไม่มีขาย

ตารางแสดงคุณค่าอาหาร

จำนวนแคลอรีและสารไฟเบอร์ เฉพาะส่วนที่ใช้กินได้หนัก 100 กรัม

(จากกองโภชนาการ กรมอนามัย 2521)

อาหาร แคลอรี ไฟเบอร์ (กรัม)
ข้าว แป้ง
ก๋วยเตี๋ยว, สุก 88
ข้าวจ้าว, ขาว 366 0.3
ข้าวจ้าว, ซ้อมมือ 357 0.5
ข้าวเหนียวขาว 355
ข้าวโพดต้ม 135 2.1
ข้าวโพดคั่วกับไขมัน 456 1.7
ขนมจีน 90
ขนมปังปอนด์ขาว 282 0.4
(ขนมปังขาว 1 แผ่นจะให้ประมาณ 60-70)
บะหมี่สุก 108 0.1
มักกะโรนี สปาเก๊ตตี้, สุก 111 0.1
ลูกเดือย 306 0.8
มันแกว, หัว 46 1.3
มันฝรั่ง 82 0.4
มันฝรั่ง, หั่นเป็นชิ้นแล้วทอด 562 0.9
ธัญพืช ถั่ว  แคลอรี
เกาลัดจีนคั่ว 246 2.9
งาขาว 594 2.9
งาดำ 588 3.2
เต้าหู้,ขาว,อ่อน 63 0.1
เต้าหู้แผ่น 113 0.2
ถั่วเขียว 356 4.3
ถั่วแขก,ถั่วแดงหลวง 366 4.8
ถั่วดำ 340 4.2
ถั่วลิสง 303 1.1
ถั่วเหลือง 403 4.9
แป๊ะก๊วย 185 0.6
มะพร้าวแก่, เนื้อ 312 3.0
มะพร้าวอ่อน, เนื้อ 77 0.4
มะพร้าวอ่อน, น้ำ 22
มะพร้าวหัวกะทิ, คั้นไม่ใส่น้ำ 330
เมล็ดมะม่วงหิมพานต์, แห้ง 568 0.6
เมล็ดอัลมอนด์ 603 3.0
พืช, ผัก  แคลอรี
กะหล่ำดอก 29 0.9
กะหล่ำปลี 24 0.8
กุ้ยฉ่าย, ดอก 39 1.0
กุ้ยฉ่าย, ต้น 28 0.9
กระถิน, ใบ 68 1.7
กระถินยอดและฝักอ่อน 59 3.8
กระเทียม, หัว 117 0.7
แคร์รอต, หัว 55 0.9
ตำลึง, ใบ 28 1.0
ต้นหอม, ทั้งต้น 36 1.2
ต้นหอม, ส่วนหัว 45 1.0
ต้นหอม, ยอดเขียว 27 1.3
แตงกวา, ทั้งเปลือก 15 0.6
แตงกวา, ปอกเปลือก 14 0.3
แตงร้าน 15 0.4
ถั่วงอก 30 0.9
ถั่วฝักยาว, เขียว 38 1.5
ถั่วลันเตา, ฝักอ่อน 39 1.7
ถั่วลันเตา, เมล็ด 94 2.4
น้ำเต้า, ผล 16 0.7
บวบหอม, กลม, ผล 19 1.0
บวบเหลี่ยม, ผล 17 0.6
ใบขี้เหล็ก 114 3.7
ผักกระเฉด 43 1.6
ผักกาดขาว 18 0.5
ผักกาดขาวปลี 13 0.4
ผักกาดเขียว, ก้านและใบ 24 1.0
ผักกาดหอม 21 0.8
ผักคะน้า, ใบ 23 0.9
ผักคะน้า, ก้านและใบ 35 1.2
ผักชี, ก้านและใบ 37 1.6
ผักบุ้ง, จีน 23 0.9
ผักบุ้ง, ไทย 24 0.9
พริกขี้หนู 68 7.5
พริกชี้ฟ้าแดง 56 3.8
พริกหวาน, เขียว 26 1.4
พริกหยวก, เขียว 35 2.3
ฟักเขียว 12 0.6
ฟักทอง, ผล 50 0.8
มะเขือเปราะ 32 1.6
มะเขือพวง 49 5.8
มะเขือยาว 26 0.9
มะเขือเทศ, สุก 20 0.7
มะระจีน 16 1.0
มะละกอ, ดิบ 26 0.9
มะละกอ, สุก 45 0.5
หน่อไม้ 28 1.2
เห็ดโคน 38 1.2
เห็ดบัว, เห็ดฟาง, สด 34 1.1
เห็ดหูหนู, แห้ง 279 7.9
หัวหอมเล็ก 48 0.8
หอมหัวใหญ่ 38 0.7
ผลไม้  แคลอรี
กล้วยไข่ 145 0.4
กล้วยน้ำว้าสุก 100 0.6
กล้วยหอม 131 0.3
กล้วยหักมุก 112 0.4
กล้วยเล็บมือนาง 72 0.2
แคนตาลูป 30 0.3
ชมพู่นาค 31 0.4
ชมพู่สาแหรก 30 1.0
แตงไทย, แก่ 12 0.3
แตงไทย, อ่อน 19 0.5
แตงโม, เนื้อแดง 21 0.2
แตงโม,เนื้อเหลือง 19 0.2
ทุเรียนก้านยาว 178 1.7
ทุเรียนชะนี 145 0.9
ทุเรียนอีลวง 119 0.8
ฝรั่ง 51 6.0
พุทรา 82 1.1
มะขามหวาน 314 4.7
มะขามเทศ 78 1.2
ลางสาด 55 0.8
ลำไย 71 0.3
ลิ้นจี่ 65 0.2
สับปะรด 47 0.5
ส้มเขียวหวาน 44 0.2
ส้มจุก 40 0.1
ส้มโอ 39 0.4
สตรอเบอรี่ 34 1.7
แอปเปิ้ล 59 0.7
อินทผาลัม, แห้ง 292 1.5

เนื้อสัตว์

เนื่องด้วยเนื้อสัตว์สี่เท้า สัตว์ปีก และปลา ล้วนไม่มีสารไฟเบอร์ หรือมีก็น้อยมาก ดังนั้นตารางต่อไปนี้จึงใส่ไว้เฉพาะปริมาณของแคลอรีเท่านั้น

อาหาร แคลอรี
กุนเชียงหมู 355
ไก่แก่, เนื้อ 302
ไก่แก่, ตับ 144
ไก่แก่, หัวใจ 126
ไก่อ่อน, เนื้อต้นขา 128
ไก่อ่อน, เนื้อน่อง 115
ไก่อ่อน, เนื้ออก 110
ไก่อ่อน, เนื้อปีก 146
ควาย, เนื้อ 120
เป็ด, เนื้ออก 115
เป็ด, ย่าง 183
แพะ, เนื้อไม่ติดมัน 179
แพะ, เนื้อติดมัน 357
วัว, ลิ้น 215
วัว, ปอด 61
วัว, ผ้าขี้ริ้ว 30
หมู, เนื้อไม่ติดมัน 376
หมู, เนื้อติดมัน 457
หมู, แผ่น 615
หมู, ไส้กรอก 590
หมู, หยอง 372
หมูป่า, เนื้อ 147
กุ้งทะเล 87
กุ้งแห้ง 362
กุ้งน้ำจืด 82
ปลากะพงขาว 81
ปลากระบอก, เนื้อ 124
ปลากระบอก, ไข่ 422
ปลาเก๋า 82
ปลาจาละเม็ดขาว 119
ปลาฉลาม 100
ปลาช่อน, สด 78
ปลาช่อน, แห้ง 249
ปลาดุกอุย 100
ปลาทู, สด 93
ปลาทู, นึ่ง 153
ปลาร้า 134
ปลาลิ้นหมา 90
ปลาสลิดแห้ง 265
ปูม้า, ปูทะเล, เนื้อต้มสุก 87
หอยแครง 72
หอยนางรม 71
หอยแมลงภู่ 56
ไข่ นม เนย
ไข่ไก่ 163
ถ้าคิดเป็นฟอง, ฟองเล็ก 60
ถ้าคิดเป็นฟอง, ฟองใหญ่ 80
ไข่เป็ด 188
ฟองเล็ก 73
ฟองใหญ่ 88
ไข่นกกระทา ฟองละ 15
นม, คน (ต่อ 100 กรัม) 62
นม, ควาย 115
นม, วัว, ธรรมดา 62
นม, วัว, ลดไขมันแล้ว 34
นม, แพะ 65
เนยแท้ (butter) 729
เนยเทียม (margarine) 723
เนยแข็ง (cheese) 361
น้ำมันงา 881
น้ำมันพืช 884
น้ำมันหมู 902
อาหาร แคลอรี่
น้ำตาล
น้ำตาลทรายขาว 385
(ใน 1 ช้อนกาแฟไม่พูนจะให้ประมาณ 15)
น้ำตาลสีรำ 370
น้ำตาลมะพร้าว 383
น้ำผึ้ง 279
น้ำอ้อยสด 76
เครื่องดื่ม
น้ำอัดลมประเภทโคล่า (มากน้อยตามความหวาน) 30-40
ถ้าเป็นขนาด 240 ซี.ซี.จะให้ 75-95
น้ำมะเขือเทศกระป๋อง 50
เบียร์ ขึ้นกับจำนวนแอลกอฮอล์ ถ้า 3.9% ให้ 43
ถ้าขนาด 350 ซี.ซี. ให้ประมาณ 150
Food Unit Calories (kcal)
ข้าว สตูว์ไก่ 1 จาน 465
ข้าวกุ้งทอดกระเทียมพริกไทย 1 จาน 495
ข้าวไก่อบ 1 จาน 490
ข้าวขาหมู 1 จาน 690
ข้าวไข่เจียว 1 จาน 445
ข้าวคลุกกะปิ 1 จาน 410
ข้าวแช่ 1 ชุด 350
ข้าวผัดกระเพรากุ้ง 1 จาน 540
ข้าวผัดกระเพราไก่ไข่ดาว 1 จาน 630
ข้าวผัดกระเพราหมู 1 จาน 580
ข้าวผัดหมู 1 จาน 561
ข้าวผัดกุ้งใส่ไข่ 1 จาน 595
ข้าวผัดกุนเชียง 1 จาน 590
ข้าวผัดแกงเขียวหวานไก่ 1 จาน 630
ข้าวผัดคะน้าหมูกรอบ 1 จาน 670
ข้าวผัดต้มยำทะเลแห้ง 1 จาน 400
ข้าวผัดน้ำพริกกุ้งสด 1 จาน 460
ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ 1 จาน 605
ข้าวผัดปลาเค็ม 1 จาน 405
ข้าวผัดปลาหมึกน้ำพริกเผา 1 จาน 535
ข้าวผัดปูใส่ไข่ 1 จาน 610
ข้าวผัดผักกระเฉดหมูกรอบ 1 จาน 600
ข้าวผัดมันกุ้งใส่ไข่ 1 จาน 575
ข้าวผัดสับปะรด 1 จาน 335
ข้าวผัดไส้กรอก 1 จาน 520
ข้าวผัดหนำเลียบ-หมู-ไข่ 1 จาน 370
ข้าวผัดหมูน้ำพริกเผา 1 จาน 665
ข้าวผัดหมูใส่ไข่ 1 จาน 660
ข้าวผัดแหนม 1 จาน 610
ข้าวผัดอเมริกัน 1 จาน 790
ข้าวราดผัดเผ็ดปลาดุก 1 จาน 544
ข้าวมันไก่ 1 จาน 585
ข้าวมันไก่ทอด 1 จาน 695
ข้าวมันส้มตำ เนื้อผัดหวาน 1 จาน 590
ข้าวยำปักษ์ใต้ 1 จาน 180
ข้าวแกงเขียวหวานลูกชิ้น 1 จาน 503
ข้าวแกงไตปลา+หมูทอด 1 จาน 380
ข้าวแกงมัสมั่นเนื้อ 1 จาน 477
ข้าวราดหน้าไก่ 1 จาน 400
ข้าวหน้ากุ้งผัดพริดสด 1 จาน 540
ข้าวหน้าเป็ด 1 จาน 495
ข้าวหมกไก่ 1 จาน 540
ข้าวหมูกระเทียม 1 จาน 525
ข้าวหมูแดง 1 จาน 560
ข้าวเหนียวหมูทอด 1 จาน 440
ข้าวเหนียวหมูสวรรค์ 1 ชุด 480
ข้าวอบเผือก 1 จาน 385
ครีมซุปไก่ 1 ถ้วย 160
โจ๊กหมู 1 ถ้วย 160
โจ๊กหมู ตับ ไข่ลวก 1 ถ้วย 230