ปล่อยโคมลอยหลังบ้านวันลอยกระทง ปี 2556

In: ภาพเก่าเล่าใหม่, วัฒนธรรม ประเพณี

าพเก่าเล่าเรื่อง บทความนี้เป็นบทความแรก สืบเนื่องมาจากวันนี้ นั่งจัดระเบียบไฟล์งาน แล้วไปเจอภาพวีดีโออยู่ไฟล์หนึ่ง ซึ่งเป็นคืนวันลอยกระทง หลังบ้านเช่าในซอยนวมินทร์ 109213_home_rent_swamp

ซึ่งหลังบ้านเป็นบึงขนาด 10 ไร่ ซึ่งเขาขุดหน้าดินไปถมที่เพื่อสร้างหมู่บ้านแห่งนี้ครับ ผมอยู่ที่นี่ได้หลายปี เพราะชอบบรรยากาศ เย็นๆ ก็จะมานั่งรับลม ชมพระอาทิตย์ตก เห็นฝูงปลา กว่าพันๆ ตัว มารอรับอาหาร ซึ่งผมกับแฟน จะซื้ออาหารเป็นกระสอบไว้ เพื่อให้อาหารปลาในบึงนี้ และเฉพาะที่มันว่ายมารวมอยู่ที่ ท่าน้ำหลังบ้านนี้เท่านั้นนะครับ และก็จะมีท่าน้ำหลังบ้านหลังอื่นๆ ก็จะให้อาหารปลาเช่นกัน แต่ก็จะมีบางบ้าน ที่เช่าโดยคนงาน เขาก็จะจับปลาไปเป็นอาหารกัน

ผมและยังรู้สึกเสียดายว่า ซื้อบ้านหลังนี้ไว้ไม่ได้ เพราะเขาขายอยู่ที่ 3.5 ล้าน ตอนนั้นจนอยู่ (ตอนนี้ก็ยังจนเช่นเดิม) เลยไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ คืนนั้นเป็นคืนวันลอยกระทง ก็จะมีเพื่อนบ้านมาร่วมปาตี้เล็กๆ นั่งดื่มกินกันนิดหน่อย และ ผมจำไม่ได้แล้วว่า ซื้อโคมลอยมาจากไหน ถ้าจำไม่ผิด น่าจะซื้อมาจากข้างทาง เส้นลำปาง เชียงใหม่ ซึ่งตอนนั้นโคมลอยยังไม่ค่อยแพร่หลาย จนซื้อได้ง่าย และ ทางการก็ห้ามปล่อยกันเหมือนทุกวันนี้ครับ ผมเลยมีภาพบรรยากาศการปล่อยโคมมาให้ดูครับ

เป็นคลิป สั้นๆ เล็กๆ แต่ชอบบรรยากาศประมาณนี้ครับ

By: Woody

7 หลักการ สู่การเป็นนักขายภาพออนไลน์มืออาชีพ

In: นักขายภาพออนไลน์มืออาชีพ

7 หลักการ สู่การเป็นนักขายภาพออนไลน์มืออาชีพ ผมเจอนำบทความนี้จากกรุ๊ป RichwithPhoto : กลุ่มคนขายภาพออนไลน์ ต้องขอบคุณ คุณ Eak Kritchanut เป็นอย่างสูงครับ ที่ได้เขียนไว้เป็นแนวทาง และในฐานะมือใหม่ แต่เรียนรู้นาน 555 เพราะอะไรนะเหรอครับ ผมรู้เกี่ยวกับเรื่องขายภาพสต๊อกออนไลน์มาหลายปี แต่ไม่ได้ทำจริงๆ จังๆ จนกระทั้งตอนนี้ครับ ต้องนำภาพเก่าๆ ที่ถ่ายไว้ และที่จะถ่ายใหม่ มาปรับแก้ แล้วส่งขึ้นสต๊อกเสียที  และถึงแม้ว่าจะเรียนรู้มานาน แต่ก็ไม่ใช่จะเชียวชาญ เพราะเชียวชาญ เกิดจากการลงมือทำจริงๆ จัง เมื่อขาดความเชียวชาญ ที่ไม่ได้ทำก็ทำให้ลืม และที่สำคัญ ลืมแนวทางการทำงานเลย ดังนั้น บทความนี้ 7 หลักการ สู่การเป็นนักขายภาพออนไลน์มืออาชีพ จึงเป็นเหมือนเป็นเข็มทิศ ของอาชีพนี้สำหรับผมเลยก็ว่าได้ เลยขออนุญาตเอามาลงที่ blog ส่วนตัวนี้ด้วยครับ เราไปดูตั้งแต่ข้อแรกกันเลยครับ

Photo From : biginmicrostock.com
Photo From : biginmicrostock.com
  1. หาต้นแบบ เริ่มต้นจากการถอดแบบแนวความคิดและวิธีการทำงานจากผู้ที่ประสบความสำเร็จแล้ว เพื่อใช้เป็นแนวทางในการคิดต่อยอดไอเดียรวมถึงเป็นแบบแผนการทำงาน เพื่อลดเวลาในการลองผิดลองถูกและทำให้เราเดินไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้นจากประสบการณ์ 3 ปีในเส้นทางงานขายภาพออนไลน์ของผม รวมถึงแนวคิดที่ได้รับจากงานอบรมสัมมนาต่างๆ ในหัวข้อที่เกี่ยวกับวิธีการที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จ หรือแนวทางไอเดียที่จะช่วยทำให้เราประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นนั้น สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ “ต้นแบบ” หรือ “Coach” เพราะต้นแบบหรือ Coach คือผู้ที่มีประสบการณ์ มีแนวทางและวิธีการต่างๆ คือผู้ที่ได้ผ่านการลองผิดลองถูกมาแล้ว ทำให้รู้หลักว่าการเริ่มต้นควรทำอย่างไร และจะเดินไปอย่างไรให้เข้าใกล้เป้าหมายได้เร็วที่สุด หรือถ้าพูดว่าต้นแบบหรือ Coach คือวัตถุ วัตถุที่พูดถึงก็คือ ภาพตัวอย่าง เราสามารถมองหาไอเดียได้จากการศึกษาภาพตัวอย่างที่อยู่ในกลุ่มผู้นำ หรือกลุ่มขายดี เมื่อเรามีแบบอย่างที่ดี สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาตอบโจทย์ได้ดี การทำงานของเราก็จะกลายเป็นความสนุก เพราะเราได้ลดการเสียเวลาจากการไม่ต้องลองผิดลองถูกไปแล้ว สุดท้ายเมื่อเราเริ่มต้นได้ดี มีต้นแบบที่ดี วันหนึ่งผลงานของเราก็อาจจะกลายมาเป็นต้นแบบที่ดีได้เช่นกันครับหลายคนมีต้นแบบ ยึดแนวทางของต้นแบบ จนกลายเป็นการลอกเลียนแบบ หรือ ก๊อบปี้(Copy) หลายๆ คนเคย inbox มาคุยกับผมทางเฟสบุ้คว่า แบบไหนถึงเรียกว่าไม่ก๊อบปี้ แบบไหนถึงเรียกว่าไม่เหมือน แตกต่างแค่ไหนถึงเรียกว่าต่าง ต้นแบบเป็นเพียงโมเดลทางความคิด ช่วยไกด์ให้เราคิดว่าจะทำคอนเซ็ปต์อะไร แนวทางแบบไหน แต่ไม่ได้เป็นต้นแบบที่เราจะเอาหยิบเอามาดราฟ ก๊อบปี้ หรือตั้งใจถ่ายออกมาให้เหมือนกัน อย่าไปคิดเพียงว่าเขาวาดแบบนี้ เขาถ่ายแบบนี้ ถ้าเราไม่วาดแบบนี้ ไม่ถ่ายมุมแบบนี้ เดี๋ยวจะขายไม่ได้ ขายไม่ดีเหมือนต้นแบบ เพราะฉะนั้นดูต้นแบบเป็นแนวทาง ใช้ต้นแบบเป็นแค่โมเดลทางความคิด แล้วต่อยอดพัฒนา หรือสร้างขึ้นมาด้วยไอเดียของเรา นอกจากผลงานที่ออกมาจะมีโอกาสขายได้แล้ว ก็ยังกลายเป็นจุดขาย หรือมีเอกลักษณ์เป็นของเราด้วยครับ
  2. หาโอกาสจากสิ่งใกล้ตัว คิดง่ายๆ ก็สร้างโอกาสได้ เพราะอะไรๆ ที่อยู่รอบตัวเราก็สามารถถ่าย หรือคิดเป็นงานออกมาวาดส่งขายได้

    หลายคนเริ่มต้นจากการวาดงาน หรือถ่ายภาพในแนวที่เราคุ้นชิน ในแนวที่เราชอบ หรือแนวที่เราเคยทำๆ มา แต่ถ้าเราอยากประสบความเร็จเร็วๆ หรือมียอดขายมากๆ เราต้องโฟกัสที่ผู้ซื้อ เพราะเราขายภาพให้กับผู้ซื้อ ฉะนั้นแนวภาพที่ลูกค้าต้องการซื้อก็คือ สิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นมาขาย คนคือผู้ใช้สื่อ เพราะฉะนั้นภาพประกอบสื่อก็สามารถสร้างได้จากอะไรต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราทั้งนั้น

  3. เรียนรู้ เพื่อ “แตกต่าง” ศึกษาหาแนวทาง วิเคราะห์ภาพตัวอย่าง แล้วสร้างผลงานให้แตกต่างหรือดีกว่า จากข้อ 1 ที่พูดถึงเรื่องต้นแบบ เมื่อเราเรียนรู้จากต้นแบบที่ดี วิเคราะห์ ต่อยอดไอเดีย จนกลายมาเป็นผลงานใหม่ๆ แต่การสร้างผลงานใหม่ๆ นั้น จะต้องทำให้ได้แตกต่าง โดดเด่น หรือดีกว่า ถึงจะทำให้งานของเรามีโอกาสได้รับการพิจารณาจากคนซื้อ
  4. สร้างจุดขาย หรือเอกลักษณ์ (Signature) การทำงานให้โดดเด่นสะดุดตา จดจำได้ง่าย มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง หลายผลงานที่มีเนื้อหาและคุณภาพใกล้เคียงกัน ภาพที่ดูโดดเด่นกว่าย่อมมีโอกาสสูงกว่าในการถูกเลือก ข้อนี้เป็นสิ่งที่ผมพิสูจน์มาแล้วหลายครั้ง ถ้าพูดถึงงานภาพวาดที่มีเนื้อหาชัดเจนกว่า ครอบคลุมกว่า หรือภาพถ่ายที่มีมุมมองในการนำเสนอเนื้อหาของภาพได้ตรงใจลูกค้า หรือตอบโจทย์การใช้งานได้มากกว่า ย่อมน่าสนใจกว่าแน่นอน แต่ถ้าเนื้องานมีความคล้ายคลึงกันมาก ภาพที่โดดเด่นสะดุดตากว่า (ไม่ว่าจะด้วยการใช้โทนสี การจัดองค์ประกอบภาพ หรือการสร้างจุดเด่นในรูปแบบอื่นๆ) ก็ย่อมมีโอกาสในการถูกเลือกมากกว่าเสมอ
  5. กำหนดเป้าหมาย เป้าหมาย คือสิ่งสำคัญ การกำหนดหรือตั้งเป้าหมายจะเป็นหลักยึดให้เราทำงานได้ตามแผนงานที่เราวางไว้ ถ้าไม่มีการกำหนดเป้าหมาย ไม่มีการวางแผนการทำงานที่ชัดเจน ก็อาจจะทำให้เราใช้ชีวิตแบบชิวๆ ทำงานแบบเรื่อยๆ แนวนั้นที แนวนี้บ้าง ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนอกจากจะทำให้เราไม่มีแนวทางที่ชัดเจนแล้ว ก็จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายได้ช้าลง ซึ่งหลายๆ ครั้ง กลับกลายเป็นการสูญเสียโอกาสบางคนอาจจะกำหนดว่าฉันจะทำภาพเดือนล่ะเท่านั้นภาพ ปีล่ะเท่านี้ภาพ บางคนบอกฉันไม่สนปริมาณภาพ แต่เน้นคุณภาพและส่งงานต่อเนื่องก็พอ หรือบางคนอาจจะกำหนดด้วยยอดโหลดหรือยอดขาย ว่าฉันจะต้องขายให้ได้กี่โหลดต่อวัน หรือมียอดขายเท่าไรต่อเดือน ไม่ผิดครับ ทุกอย่างดีหมด เพราะว่าเป้าหมายในการสร้างงานของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จะกำหนดเป็นปริมาณ จะกำหนดด้วยคุณภาพ หรือจะกำหนดด้วยยอดโหลดยอดขาย หรือทุกอย่าง ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่างของแต่ล่ะคน แต่อย่างน้อยเป้าหมายเหล่านี้นี่หล่ะที่จะเป็นหลักยึดให้เรามีแรงขับเคลื่อน มีไฟที่จะทำงาน และเดินไปถึงความสำเร็จในแบบที่คนอื่นทำได้ได้เร็วขึ้นครับ
  6. สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ต่อยอดสิ่งเก่า สร้างสรรค์แนวใหม่ พัฒนาแนวภาพเดิมๆ ที่ขายได้หรือแนวที่มียอดการขายที่ดีให้ดีขึ้นไปอีก เพราะ? เพราะคนขายภาพออนไลน์ทั่วโลก ส่งภาพเข้าไปวางขายในตลาดอยู่ตลอดเวลา เพิ่มขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นทุกวัน ถึงภาพเดิมๆ ของเราจะขายได้อยู่แล้ว ติดอันดับสูงๆ ครองตลาดอยู่แล้ว แต่! เทคโนโลยียังมีการพัฒนา ยังมีการเปลี่ยนแปลง แฟชั่นยังมีวิวัฒนาการ เช่นเดียวกัน ลูกค้าก็มีความต้องการภาพในรูปแบบใหม่ๆ อยู่เสมอ 3 เดือนที่แล้ว 6 เดือนที่แล้ว หรือ 1 ปีที่ผ่านมา เราเคยขายได้ขายดีกับภาพชุดหนึ่ง แต่มาในวันนี้ยอดขายอาจหาย หรือลดน้อยลงไปเพราะมีตัวเลือกใหม่ๆ ที่ดีกว่า สดกว่า สวยกว่า หรือเข้ากับยุคสมัยมากกว่าจากคนขายภาพท่านอื่นๆ ดังนั้นเมื่อมีแนวที่ขายดีแล้ว อย่าทิ้งแนวนั้น พยายามต่อยอดไอเดีย เปลี่ยนมุมมองใหม่ๆ เพิ่มคุณภาพให้เข้มข้นมากขึ้น นอกจากจะเป็นการเพิ่มตัวเลือกใหม่ๆ แล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าซื้อสินค้าเดิมๆ ของเราอย่างต่อเนื่องด้วย นอกจากการต่อยอดสิ่งเก่า เพื่อตลาดที่กว้างขึ้น กลุ่มลูกค้าที่มากขึ้น เราก็ต้องสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดอยู่เสมอ เพราะความหลากหลายย่อมสร้างโอกาสที่มากกว่าแน่นอนครับ
  7. มุ่งมั่น และตั้งใจ ไม่มีความสำเร็จใดในโลกที่ได้มาโดยไม่ใช้ความมุ่งมั่น และพยายาม ถึงแม้ในปัจจุบันคนขายภาพออนไลน์จะมีเยอะ การแข่งขันในตลาดโลกจะมีสูงขึ้น แต่ความมุ่งมั่นและตั้งใจผลิตผลงานดีๆ มีคุณภาพ นำเสนอไอเดียใหม่ๆ และส่งงานสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอนครับ ฝากไว้เป็นแนวทางความคิด เป็นหลักการทำงานขายภาพออนไลน์ทั้งกับมือใหม่เพิ่งสอบผ่าน เพิ่งเริ่มต้นขายภาพกับเว็บขายภาพต่างๆ และหลายๆ ท่านที่รู้สึกว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ หรือยังไปไม่ถึงเป้าหมาย จากประสบการณ์ตรงทั้งหมดของผม เชื่อว่าหลักการ 7 ข้อนี้ จะเป็นแนวทางเริ่มต้นที่ดีสู่การเป็นนักขายภาพออนไลน์มืออาชีพได้อย่างแน่นอนครับ ใครชอบข้อไหน รู้สึกว่าข้อไหนเป็นประโยชน์และสามารถนำไปปรับใช้กับการขายภาพออนไลน์ให้สัมฤทธิ์ผลมากขึ้นของเราได้ เชิญเลยนะครับ

แล้วเจอกันสัปดาห์หน้า Week 2 กับ หัวข้อ “แนวไหนขายดี แนวไหนทำเงิน” (คลิกดูได้เลยครับ)

https://www.facebook.com/groups/richwithphoto

Eak Kritchanut

Admin: RichwithPhoto/ กลุ่มคนขายภาพออนไลน์

1/9/2558

ขอขอบคุณ Eak Kritchanut อีกครั้งสำหรับบทความดีๆ ครับ

By: Woody

รอยยิ้มแห่งมิตรภาพ

In: เรื่องเล่าเมื่อเช้านี้

ช้านี้จะไปเดินออกกำลังกายที่รอบสระน้ำอย่างปกติ แต่มันก็ไม่ปกติ เพราะออกไปเจอสาวๆ น่ารักๆ ใส่ชุดบิกินี ถ่ายเซลฟี่ อย่างมีความสุขอยู่ริมสระ บระเจ้า!! เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นจากการเดินสะดุดเท้าตัวเอง และเกรงใจสาวๆ เขาจะว่ายน้ำอย่างสุนทรีเลยเลี่ยงออกไปเดินรอบตึกแทน

11114356_991198857579823_1336547418033436935_n

แต่คิดยังไงไม่รู้เดินเลี้ยวออกจากคอนโด เดินไปที่ที่คุ้นเคย คือนอกถนนใหญ่ เพราะก่อนหน้านั้น 3 ปีมาเดินที่ถนนเส้นนี้ทุกวัน ซึ่งมีความยาวเดินรอบ 6 กิโลเมตรพอดิบพอดี และในทุกๆ วัน จะเดินย้อนศร เพราะจะเห็นรถสวนกลับมา คิดว่า หากมีอุบัติเหตุ คงจะกระโดดม้วนหน้าตีลังกาห้ารอบ หลบทัน แต่รู้มั้ย… สิ่งที่ได้แทนคือ รอยยิ้มแห่งมิตรภาพ ของนักปั่น จักรยาน และ นักวิ่ง เพราะเขาวิ่งสวนกลับมา จะเห็นหน้า จากรอยยิ้ม สู่การทักทายและพูดคุย ทุกรอบ จากทุกๆ วัน จากวันเป็นเดือนเป็นปี ก็ทำให้สนิทสนมกัน หลังจากนั้น ผมจำเป็นต้องเลิกมาเดินที่นี่ และจากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ 3 ปีมาแล้ว

วันนี้เดินกลับไม่อีกรอบ ไม่น่าเชื่อว่ารอยยิ้มแห่งมิตรภาพ ยังคงอยู่ ยังคงทักทาย ถามหาว่าไปไหนมาตั้งนาน วันนี้เลยเป็นวันแห่งการทักทายแต่ก็เห็นความเปลี่ยนแปลงไปมาก จากหลายคนที่ใช้จักรยานเก่าๆ จักรยานแม่บ้าน จักรยาน BMX ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็น Mountain Bike และยังแต่งตัวอย่างเต็มอ๊อฟชั่น ทั้งเสื้อผ้า หมวกกันน๊อก แถมด้วย Mobile Tracking อีกด้วย และทุกคนดูแข็งแรงและดูดีขึ้นมากๆ

เรื่องนี้กลับทำให้คิดขึ้นว่า นี่ก็ฺนานแล้วนะ ที่เราไม่ได้ใส่ใจกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเราเลย ไม่รู้ว่ามันยังคงมีอยู่มั้ยเปล่า ต้องกลับไปลองมองบนกระจก และเริ่มยิ้มกับตัวเอง แล้วคิดในใจว่า ผมรักคุณนะ ผมปรารถนาดีกับคุณนะ และยิ้มอย่างจริงใจที่สุด เพราะหลังจากวันนี้ไป ผมจะยิ้มให้ทุกคนที่เจอนะครับ และ บอกไว้ก่อน ว่าผมไม่ได้บ้านะ!! เพราะผมรัก และปรารถนาดีกับคุณจริงๆ และผมก็เชื่อว่ารอยยิ้มคือ ประตูสู่มิตรภาพครับ.