เป้าหมายสุดท้ายคือการเดินทาง ตอนที่ 1

รักชอบแชร์เลย!! Share on FacebookShare on Google+Pin on PinterestTweet about this on TwitterShare on LinkedIn

มคิดมาหลายวันแล้วว่า จะปรับปรุงเป้าหมายชีวิตอีกครั้ง จากเดิมที่ตั้งใจปักหลักอยู่ที่ใดที่หนึ่ง ปรับปรุงเป็นการออกเดินทางตลอดชีวิตที่เหลือ  เพราะคิดว่าใจหนึ่งก็รู้สึกว่าการเดินทางจะเป็นอิสระจากกรอบความคิดของตัวเอง แต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกว่า ตัวเองท้อแท้จากความพลาดหวังในบางอย่างจึงอยากเดินทางแสวงหาอะไรสักอย่าง แต่ถึงยังไง อนาคตก็ยังตอบอะไรได้ไม่ชัดเจนนัก เหมือนกับทุกครั้ง ถึงแม้ว่าจะสามารถควบคุมชะตาชีวิตของตัวเอง ได้เกิน 50% ตั้งแต่ค้นพบเป้าหมายชีวิตครั้งแรกๆ ของตัวเอง ตอนอายุ 16 ปี

Woody_traveller

ย้อนไปขณะที่ทำงานเป็นพนักงาน แผนกเบเกอรี่ โรงแรม พาวิเลียน จังหวัดสงขลา(เมื่อปี 2530-2533) ซึ่งตอนนั้นก็จำไม่ได้แล้วว่า ทำไมถึงคิดเรื่องนี้ได้ แต่ถ้าคิดย้อนกลับไป ก็อาจเป็นได้ว่า ตอนนั้นเราเป็นหนักอ่านตัวยงหรือเปล่า เพราะจะเดินเข้าห้องสมุดทุกวัน(ที่ทำงานไม่ไกลจากห้องสมุดประชาชน ประจำจังหวัดสงขลา) และสิ่งที่ค้นพบหลังจากนั้นคือ ค้นพบเป้าหมายชีวิตหนึ่งประโยค ก็คือ “ต้องการเป็นคนที่มีอิสระทางด้านการเงินและเวลา”

หลังจากนั้นก็พยามหาวิธีที่จะบรรลุเป้าหมายเรื่อยมา แต่ด้วยนิสัยส่วนตัว ชอบคิดโน่นนี่นั่น และไม่ค่อยจะอดทนต่อความตั้งใจของตัวเองเท่าไร และใช้อารมณ์เป็นตัวนำทาง เลยมีความพยายามแค่ 30% ในการทำกิจกรรมที่จะทำให้บรรลุเป้าหมาย และปล่อยไปตามอารมณ์ตัวเอง และแน่นอนว่า พระเจ้ายุติธรรมเสมอ ท่านก็มอบความสำเร็จให้แค่ 30% จากวันนั้นถึงวันนี้ ยี่สิบกว่าปี ซึ่งถ้าทำตามแผนที่ตั้งไว้ 70-80% ก็น่าจะเป็นเศรษฐีไปแล้วนะ(ฮ่าๆ) แต่เมื่อคิดอีกที หรือว่า เพราะชะตาชีวิตของเรากำหนดให้เราต้องไม่อยู่กับที่ ถ้าอยากมีอิสระการการเงินและเวลา “คุณต้องเดินทาง” ดั้งนั้น เป้าหมายสุดท้ายของชีวิตคือการเดินทาง

รักชอบแชร์เลย!! Share on FacebookShare on Google+Pin on PinterestTweet about this on TwitterShare on LinkedIn

เมื่อฉันเป็นโรคสะเก็ดเงิน

รักชอบแชร์เลย!! Share on FacebookShare on Google+Pin on PinterestTweet about this on TwitterShare on LinkedIn

ากบทความที่แล้วเรื่องภูมิแพ้ และผมก็พบว่า ผมเป็นโรคสะเก็ตเงิน (Psoriasis) วันนี้ 25-กค-2558 เลยไปพบหมอ จริงๆ จังๆ แต่ก็รู้มาตั้งนานแล้วว่า เป็นโรคนี้อยู่ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เพราะมันเป็นๆ หายๆ และเป็นไม่เยอะ แต่ครั้งนี้ มันเป็นเยอะขึ้น กอป กับไม่ค่อยได้พักผ่อน และนอนดึก เลยทำให้โรคนี้กำเริบตามธรรมาชาติของมัน

psoriasis

ไม่อยากลงรูปเลยครับ เอาเป็นว่าคลิกที่นี่ Google เลยครับ เพราะผมเปิดนิดเดียว เห็นรูปน่ากลัวเลยไม่กล้าลง ^^

อย่างที่บอก ก็เลยศึกษามันหน่อยว่า เราต้องเตรียมตัวและอยู่กับมันยังไงไปจนตาย เพราะรักษาไม่หาย วันนี้เลยมาเขียนบทความเรื่องนี้ซะเลยครับ เผื่อใครที่เป็น จะได้ประโยชน์ตรงนี้ด้วย

โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis) เป็นโรคทางผิวหนังที่ไม่ติดต่อ พบได้ทุกเพศทุกวัย และ พบได้ในคนทุกเชื้อชาติทั่วโลก สาเหตุที่แท้จริง ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่ก็ได้สรุปคร่าวๆ ดังนี้ครับ

  • มีความผิดปกติของภูมิคุ้มกันทำให้การแบ่งตัวของเซลส์ผิวหนังเร็วกว่าปกติ การเจริญเติบโต และการพัฒนาการของผิวหนังจึงไม่สมบูรณ์
  • เป็นโรคผิวหนังที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม
  • กระตุ้นโดยสิ่งแวดล้อม เช่น เป็นไข้หวัด ความเครียด

อาการของโรสะเก็ดเงิน

  • เป็นผื่นแดงหนาขอบเข็ตชัดเจน มีสะเก็ดสีเงินปกคลุม
  • เมื่อขูดลอกสะเก็ดออกจะพบจุดเลือดเล็กๆ ใต้ผิวหนัง
  • มักเป็นบริเวณข้อศอก หัวเขา หน้าแข้ง
  • ผื่นอาจมีสขนาดเล็กหรือใหญ่ กระจายทั่วร่างกาย
  • ที่ศีรษา มีผื่นแดงลอกเป็นขุยขาวคล้ายรังแค
  • อาจมีการเปลี่ยนแปลงเล็บร่วมด้วย เช่น มีเล็บหนา เนื่อเล็บผุกร่อน ลอกเป็นขุยขาว หรือ เป็นหลุ่มเล็กๆ บริเวณผิวเล็บ
  • อาจมีอาการาปวดข้อร่วมด้วย

ปัจจัยที่ทำให้โรคสะเก็ตเงินกำเริบ

  • บาดแผลบนผิวหนัง ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินถ้าถูกของมีคมเป็นแผลหรือแม้แต่เกิดรอยถลอกเล็กน้อย อาจทำให้เกิดผื่นของโรคที่บริเวณนั้น
  • การเปลี่ยนแปลงของฤดูกาล ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นในช่วงฤดูร้อน เพราะได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต และอาการจะกำเริบในช่วงฤดูหนาวซึ่งอากาศแห้ง
  • สภาพจิตใจ ถ้าผู้ป่วยได้รับความกระทบกระเทือนใจหรือเครียดอาการของโรคจะกำเริบขึ้น
  • การติดเชื่อ การติดเชื่อในร่างกาย เช่น เป็นไข้หวัด มีส่วนทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น
  • การระเคายเคื่องต่อผิวหนัง เช่น การแพ้ยาทาต่างๆ สบู่ ผงซักฟอก จะทำให้เป็นผื่นมากขึ้น

การรักษาโรคสะเก็ดเงิน

โรคสะเก็ตเงิน เป็นโรคเรื้อรัง รักษาไม่หายขาด การรักษาต้องวางาแผนระยะยาว และรักษาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกำเริบของโรค ถ้าเป็นผื่นไม่มากรักษาโดยใช้ยาทา TAR, Anthralin, คาร์ติโคสสตีรอยด์ วิตามินดี3 ถ้าไม่ดีขึ้น อาจใช้ร่วมกับการฉายแสงอัลตราไวโอเลต  ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรง อาจใช้ยารับประทานร่วมด้วย ซึ่งยากเหล่านี้มีผลข้างเคียง ไม่ควรซื้อมาทา หรือ รับประทานเอง ส่วนที่เป็นผื่นที่หนังศรีษะ ควรใช้แชมพูยาที่มีส่วนผสมของ TAR ร่วกับยาทา

การดูแลตัวเอง

  • ทาครีมหรือโลชั่นให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวเป็นประจำทุกวัน เพื่อลอดอาการผิวแห้งและระคายเคือง
  • ใช้สบู่อ่อนๆ เพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคืองของผิวหนัง ซึ่งจะทำให้โรคสะเก็ดเงินกำเริบมากขึ้น
  • ห้ามใช้น้ำยาฆ่าเชือในการทำความสะอาดผิวเพราะโรคสะเก็ดเงินไม่ใช่โรคติดต่อ และน้ำยาฆ่าเชื่อจะทำให้เกิดอาการระคายเคืองและผื่นกำเริบ
  • อาหารไม่มีผลต่อโรคนี้ แต่การดื่มเหล้าหรือแอลกอฮอล์ จะทำให้ผื่นกำเริบมากขึ้น
  • อย่าเกาหรือพยายามแกะสะเก็ดออกจากผื่น จะทำให้เลือดออก และผื่นกำเริบได้
  • ดูและสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ไม่เป็นหวัด ไม่เครียด พักผ่อนเพียงพอ

เอาแล้วสิครับท่าน ผมคงดื่มเหล้าและนอนดึกไม่ได้อีกต่อไปแล้ว มันเป็นอุปสรรค์ต่องานผมมากๆ เลย แต่ยังไงก็ต้องรักษาสุขภาพกันไว้ก่อนครับ เพราะต้องใช้มันอีกนาน และจำเป็นต้องดูแลมันให้ดีด้วย

รักชอบแชร์เลย!! Share on FacebookShare on Google+Pin on PinterestTweet about this on TwitterShare on LinkedIn