เทรนด์ กูเกิล 2012 จากตัวจริง สาวไอที! พรทิพย์ กองชุน (ชอบส่วนตัว)

ขอบคุณเนื้อหาข่าวจาก ไทยรัฐเปิดใจหัวหน้าฝ่ายการตลาด “พรทิพย์ กองชุน” กับภารกิจก้าวใหม่ของกูเกิล ประเทศไทย ภายใต้ 4 แนวทางหลักพร้อมความสำคัญในด้านการค้นหา การสื่อสาร และมือถือ…     ไลฟ์สไตล์ หรือการดำเนินชีวิต ที่กำลังเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว และกำลังขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทำให้ชีวิตของเราต้องการการเชื่อมโยงมากขึ้น ข้อมูลที่อยู่ในคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป งานเอกสารในโน้ตบุ๊ก รูปภาพในสมาร์ทโฟนคู่ใจ ยังไม่นับรวมการดึงข้อมูลเหล่านั้นขึ้นไปอยู่บนโลกออนไลน์ พร้อมแบ่งปันเรื่องราวไปสู่กลุ่มเพื่อน เพื่อนร่วมงาน และบุคคลอื่นๆ   “ทีมข่าวไอทีออนไลน์” มีโอกาสสัมภาษณ์ “นางสาวพรทิพย์ กองชุน” หัวหน้าฝ่ายการตลาด กูเกิล ประเทศไทย ซึ่งมาบอกเล่าการเดินทางในก้าวที่เติบโตขึ้นของ “กูเกิล” ว่า นับจากที่มีการเปิดสำนักงานอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ว กูเกิล ประเทศไทย จะมีแนวทางแปลกใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ซึ่งเรานำความน่าสนใจมาเสิร์ฟให้ผู้อ่านทุกท่านตั้งแต่บรรทัดต่อไป…   คำถาม : ในปีนี้ ‘กูเกิล’ ตั้งใจสะท้อนภาพลักษณ์ออกมาในแนวทางใด พรทิพย์ : สิ่งที่เราต้องการจะบอกกับคนไทยในปีนี้คือ กูเกิลมีออฟฟิศในไทยแล้ว ซึ่งเพิ่งเปิดได้ 6 เดือนเท่านั้น ที่อยากบอกเพราะถือเป็นเรื่องใหม่สื่อถึงความสำคัญและศักยภาพของผู้ใช้ชาวไทยที่กูเกิลเล็งเห็น แม้ผลิตภัณฑ์ […]

เครื่องมือทำ SEO ดีๆ และฟรี ครับ

  เพื่อนๆ ที่กำลัง SEO ลองเอาเครื่องมือนี้ไปใช้นะครับ ของฟรีครับ สามารถกดที่ลิงค์แล้วไปที่เครื่องมือทันทีครับ พอดีไปเจอมา เลยก็ก๊อปมาไว้ให้ใช้งานกันครับ   01. Google Keyword Tool 02. Google Search based Keyword Tool 03. Google Insights 04. Google Trends for websites 05. Google Trends 06. Google Webmaster Tools 07. KeywordSpy.com 08. Yahoo SiteExplorer 09. Open Site Explorer 10. Google Analytics 11. XML Sitemap Generator 12. Compete.com 13. Alexa 14. Website Greader 15. Seositecheckup.com 16. Ping-O-Matic 17. Rank Tracker by SEOmoz 18. SEO for FireFox, Rank Checker […]

ข้าวไข่เจียว(สิ้นคิด)

วันนี้เอาอาหารสิ้นคิดมาแนะนำกันครับ เวลาหิวๆ มาไม่มีอะไรกิน เปิดตู้เย็นเห็นไข่ไก่ ไม่ต้องคิดมากครับ ไข่เจียวนี่แหละครับ สูตรนี้เหมาะสำหรับคนทานเยอะ(เหมือนผม) ก็ทานกันได้ 2 -4 คนครับ ส่วนผสม 1. ไข่ 4 ฟอง ถ้าเป็นไข่สดจะดีมาก รสชาติอร่อยกว่าไข่ที่เก็บไว้นาน 2. น้ำเปล่าเย็นจัด 2 ช้อนโต๊ะ 3. น้ำมะนาว 2 ช้อนชา 4. น้ำปลา(ทิพรส) 1 ช้อนโต๊ะ 5. ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ 6. กระเทียม 2 กลีบ วิธีปรุง 1. ตอกไข่ใส่ถ้วย (ห้ามใส่ทั้งเปลือก) ใส่น้ำเปล่าเย็นจัด น้ำมะนาว น้ำปลา ซีอิ๊วขาว คนให้เข้ากัน 2. ตั้งกะทะ ใส่น้ำมัน มีควันขึ้นนิดหน่อย ทุบกระเทียมใส่ 2 กลีบ (ควรใส่กระเทียมทุกครั้ง […]

บนเส้นทางของชีวิต บางครั้งก็ควรตึงเครียด บางครั้งก็ควรผ่อนคลาย

โพสแรกของผม โพสต์ทิ้งไว้นานแล้ว ตั้งแต่ปี 2007 เป็น post Email Forwarding ดีๆ จากเพื่อนที่ส่งข้อคิดดีๆ ผ่านเมล์มาครับ เชิญอ่านครับ ชาวนาคนหนึ่ง หลังจากไปทำความสะอาดคอกม้า ออกมาก็พบว่านาฬิกาพกของตนได้หล่นหายไปเสียแล้ว นาฬิกาพกเรือนนี้มีความหมายต่อเขาอย่างมาก ด้วยเป็นของขวัญที่แม่ของเขาทิ้งไว้ให้ เขารีบวิ่งกลับไปที่คอกม้า รื้อหาจนทั่วบริเวณแทบพลิกแผ่นดินหา แต่ก็หาไม่พบ ? เขาเดินออกมาจากคอกม้าด้วยเหงื่อที่ท่วมตัว มองไปเห็นมีเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นกันอยู่แถวนั้น เขาจึงได้คิดว่าอาจเป็นเพราะตัวเองแก่แล้วหูตาฝ้าฟาง ทำให้หาไม่เจอ แต่เด็กๆ หูตายังแหลมคม น่าจาหาเจอก็เป็นได้ เขาจึงเรียกเด็กๆ มาแล้วบอกว่า “เด็กๆ ถ้าใครหานาฬิกาพกของลุงเจอ ลุงจะให้เงินคนนั้นหนึ่งเหรียญ”  เด็กๆ พากันวิ่งกรูเข้าไปในคอกม้า จนเวลาผ่านไปนานโขตอนที่เด็กๆ เดินกลับออกมาจาก คอกม้าทีละคนต่างมีสีหน้าผิดหวังที่หานาฬิกาพกไม่เจอขณะที่ชาวหน้ากำลังถอดใจคิดจะเลิกหานั่นเองก็มีเด็กคนหนึ่งมากระซิบกระซาบบอกกับเขาว่า ” ผมจะลองเข้าไปหาดูอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้ขอให้ผมเข้าไปคนเดียวเท่านั้น”  ชาวนามองตามหลังเด็กชายไปอย่างไม่มั่นใจคิดในใจว่า..พวกเราแทบจะพลิกคอกม้าหายังไม่เจอ ? แล้วลำพังเด็กคนเดียว จาหาเจอได้อย่างไร. เด็กคนนั้นเข้าไปตั้งนาน ก็ยังไม่กลับออกมา ชาวนาเริ่มสิ้นหวัง ในขณะชาวนาคิดจะเลิกรอและจากไปนั่นเองเด็กชายคนนั้นก็เดินออกมาจากคอกม้า ในมือของเขาถือนาฬิกาพกเรือนหนึ่ง ชาวนาถามด้วยความแปลกใจว่า “เจ้าหาเจอได้อย่างไร” เด็กชายบอกว่า ” พอเข้าไปข้างใน ผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลย เพียงแต่นั่งเงียบๆ อยู่ที่พื้น ไม่นานผมก็ได้ยินเสียง ติ๊กตอก ติ๊กตอก […]

คนตาบอดกับโคมไฟ…..นิทานเซน

ยังมีตรอกสายหนึ่งที่ทั้งมืดทั้งแคบ ทั้งยังไม่มีดวงไฟส่องทางให้ความสว่างแม้แต่น้อย ดังนั้นเมื่อถึงยามค่ำคืน การเดินทางในตรอกแห่งนี้จึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก คืนวันหนึ่ง มีพระรูปหนึ่งเดินผ่านเข้ามายังตรอกดังกล่าวเพื่อมุ่งหน้าไปยังอาราม ทว่าด้วยความที่ตรอกนี้มืดมิดกระทั่งนิ้วมือทั้งห้าของตนเองยังไม่อาจมอง เห็นได้ เมื่อเดินไปเรื่อยๆ พระรูปนี้จึงทั้งเดินไปชนผู้อื่น และถูกผู้อื่นเดินมาชนไม่หยุดหย่อน สร้างความลำบากยิ่งนัก ในตอนนั้นเอง มีคนผู้หนึ่งถือโคมไฟเดินเข้ามายังตรอกดังกล่าว พลันทำให้ในตรอกเกิดแสงสว่างขึ้นพอสมควร พระรูปนั้นได้ยินคนเดินผ่านทางกล่าวว่า “คนตาบอดผู้นั้นช่างแปลกนัก ตนเองมองไม่เห็นแท้ๆ ใยต้องถือโคมไฟให้วุ่นวาย” เมื่อพระได้ยินก็รู้สึกแปลกใจ รอจนกระทั้งคนตาบอดถือโคมไฟคนนั้นเดินผ่านมา จึงเอ่ยถามขึ้นว่า “ขออภัย ท่านตาบอดจริงๆ หรือ?” คนผู้นั้นตอบว่า “ถูกแล้ว ข้าเกิดมาก็พิการ ตาสองข้างมองไม่เห็น สำหรับข้านั้นไม่ว่าจะยามเช้าสายบ่ายเย็นล้วนไม่ต่างกัน ทั้งยังไม่ทราบว่าแสงสว่างหน้าตาเป็นเช่นไร” พระได้ยินดังนั้นก็ยิ่งงุนงงมากขึ้น เอ่ยถามต่อไปว่า “เช่นนั้นท่านจะถือโคมไฟไปเพื่ออะไร?” คนตาบอดตอบว่า “เนื่องเพราะข้าเคยได้ยินคนพูดกันว่าในยามกลางคืนไร้แสงสว่าง คนตาดีทั้งหลายก็เป็นเช่นเดียวกับข้าคือมองไม่เห็นสิ่งใด ดังนั้นข้าจึงถือโคมไฟไปไหนมาไหนเสมอ” พระได้ยินดังนั้นก็เกิดความซาบซึ้งใจ เอ่ยคำ อมิตาพุทธออกมา และกล่าวต่อไปว่า “ท่านช่างมีเมตตาธรรม ห่วงใยเพื่อนมนุษย์” มิคาดคนตาบอดกลับกล่าวว่า “ผิดแล้ว ข้าทำไปเพื่อตัวเอง” “ทำเพื่อตัวเองอย่างไร?” พระถามต่อด้วยความสงสัยใจ คนตาบอดอธิบายว่า เมื่อครู่ท่านเดินอย่างมืดมนในตรอกใช่โดนคนเดินสวนไปมาชนเอาหรือไม่ ท่านดูข้าเองนั้นแม้เป็นคนตาบอด แต่ข้าไม่โดนผู้อื่นเดินชนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนข้าก็เป็นเช่นเดียวกับท่านคือโดนคนเดินมาชนเอาบ่อยครั้ง […]

คุณอ่านมันได้มั้ย

ผมได้รับอีเมล์จากเพื่อนฉบับหนึ่ง หัวข้อก็คือ “คุณอ่านได้มั้ย” พออ่านแล้วรู้สึกสนุกดี ว่า….เอ้ !! แปลกจังเลย นี่เราก็ยังอ่านมันได้นี่หน่า แม้เหมือนจะงง ไม่เข้าใจ แล้วทำให้เกิดข้อคิดบางอย่างขึ้นมาท่ามกลางการดำเนินชีวิตในสถานการณ์ที่ดูสับสนอลหม่านวุ่นวายในยุคปัจจุบันนี้ ไม่รู้ว่าคุณเคยอ่านหรือยัง แต่เอาล่ะ เราไปอ่านกันดู ดูสิว่าคุณอ่านมันได้มั้ย แล้วค่อยมาคุยกันต่อ ณุอาน่ได้มยั้ ถ้าคณุอาน่บทคาวมนี้ได้ คณุมีความคดิที่แขง็แรงพอสวคมรเลยนะ คณุอาน่ได้หรอืเลป่าล่ะ มีแค่ 55 คนจาก 100 เท่านนั้แล่หะที่อาน่ได้ ฉนัไม่อายกจะเชอื่เลยว่า ฉนัเข้าใจสงิ่ที่ฉนักำลงัอาน่อู่ยนี้ มนัเปน็ปฎกราากรณ์ของคาวมคดิของม์ษุยน ผลการศกึาษวจิยัจาก มวหายิทัาลย แบมคิร์จด ก่าลวว่า มนัไม่สคำญเลยว่าตวัอรัษกเยีรงถตอ้กูงหรอืไม่ในคำคำหนงึ่ มนัสคำญแค่ว่า ตวัอษักรแรกและตวัอษกัรตวัสดุทาย้ของคำ นนั้อู่ยในตนำแห่งที่ถกูตอ้ง ที่เลืหอนนั้มนัจะมวั่ซวั่อ่ายงไร คณุก็อาน่มนัได้อู่ยดี ไม่มีปหญัา ที่เปน็อาย่งนี้เราพะคาวมคดิของมษุน์ยนนั้ ไม่ได้อาน่ตวัอษกัรทกุตวัซกัหอน่ย แต่อาน่เปน็คำเตม็ ๆ คำ สดุยอดเลยใช่มยั้ล่ะ…ใช่เลย แต่ยงัไงฉนัก็คดิว่าการสกะดมนัสคำญันะ ถ้าคณุอาน่บควาบมนี้ได้ ชว่ยสง่ตอ่หอน่ยนะ ฉะนั้น ความสับสันวุ่นวายไม่ได้เป็นเหตุทำให้เราไปต่อไม่ได้ และเราไม่ควรจะวิตกจริตกับสิ่งต่างๆที่ประดังประดาถ่าโถมเข้ามาในชีวิตจน เกินเหตุ จงเผชิญกับมันเถิด แล้วคุณจะรู้ว่า